ไฟฉุกเฉิน เป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกอาคารต้องมีตามกฎหมาย แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ “ติดไว้แล้วแต่ใช้ไม่ได้จริง” มากที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะหลายหน้างานเลือกจากราคาเป็นหลัก ติดในตำแหน่งที่ไม่ครอบคลุมทางหนีไฟ หรือแบตเตอรี่เสื่อมไปนานแล้วโดยไม่มีใครรู้ พอถึงวันตรวจอาคารประจำปีหรือเกิดไฟดับจริง ถึงพบว่าโคมที่ติดไว้ไม่ผ่านเกณฑ์ บทความนี้ W.L. Lighting สรุปให้ครบว่ากฎหมายและมาตรฐานในไทยกำหนดอะไรบ้าง ต้องดูสเปกตรงไหน คำนวณจำนวนโคมอย่างไร และมีเช็กลิสต์ให้ตรวจก่อนผู้ตรวจอาคารมาถึง
กฎหมายและมาตรฐานที่บังคับเรื่องไฟฉุกเฉิน
ระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉินในไทยไม่ได้ถูกกำหนดด้วยกฎหมายฉบับเดียว แต่มาจากกฎหมายหลายชั้นที่ทับซ้อนกัน โดยหลัก ๆ มี 3 กลุ่มที่เจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา และผู้ออกแบบต้องรู้จัก
1. กฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (เช่น กฎกระทรวงฉบับที่ 33 สำหรับอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ และกฎกระทรวงฉบับที่ 39 สำหรับอาคารทั่วไป) กำหนดให้อาคารที่เข้าข่าย เช่น อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ โรงแรม โรงงาน โรงมหรสพ สถานพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หอพัก และอาคารสาธารณะอื่น ๆ ต้องมี ระบบไฟส่องสว่างสำรอง ที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อไฟฟ้าหลักดับ เพื่อให้คนในอาคารมองเห็นเส้นทางหนีไฟและออกจากอาคารได้ พร้อมทั้งต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟที่มองเห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา
2. กฎกระทรวงความปลอดภัยในการทำงาน (กระทรวงแรงงาน)
สำหรับสถานประกอบกิจการ โรงงาน และสำนักงาน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายทางออกในเส้นทางหนีไฟ และต้องดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) มักถูกตรวจสอบ
3. มาตรฐาน วสท. — ตัวเลขที่ใช้ออกแบบจริง
กฎกระทรวงบอกว่า “ต้องมี” แต่ตัวเลขว่าต้องสว่างเท่าไร สำรองไฟนานเท่าไร มาจาก มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ซึ่งผู้ออกแบบและผู้ตรวจสอบอาคารใช้อ้างอิงเป็นหลัก ค่าที่ควรจำได้มีดังนี้
ค่าหลักจากมาตรฐาน วสท. ที่ใช้บ่อย
• เวลาสำรองไฟของโคมและป้ายทางออก: ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับอาคารส่วนใหญ่
• ความสว่างบนเส้นทางหนีไฟ: ต้องไม่ต่ำกว่าประมาณ 1 ลักซ์ ที่ระดับพื้นตามแนวกึ่งกลางทางเดิน และสูงกว่านั้นในจุดเสี่ยง เช่น บันได ทางแยก ประตูหนีไฟ
• ป้ายทางออกต้องสว่างอยู่ตลอดเวลา (ทั้งเมื่อไฟปกติและไฟดับ) และมองเห็นได้จากระยะที่กำหนดตามขนาดตัวอักษร
• ระบบต้องทำงานเองอัตโนมัติภายในเสี้ยววินาทีหลังไฟดับ
ข้อควรระวัง: ตัวเลขข้างต้นเป็นเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้กันแพร่หลาย แต่บางอาคาร (เช่น สถานพยาบาล อาคารสูง โรงงานที่มีสารไวไฟ) อาจมีข้อกำหนดเฉพาะที่เข้มกว่า และเทศบัญญัติหรือประกาศท้องถิ่นอาจแตกต่างกัน ก่อนสั่งซื้อควรยืนยันกับผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าหรือผู้ตรวจสอบอาคารของโครงการทุกครั้ง

ไฟฉุกเฉินมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร
ในตลาดไทย โคมฉุกเฉินที่ใช้ในอาคารแบ่งได้ 4 กลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มตอบโจทย์คนละอย่าง และหลายอาคารต้องใช้ร่วมกันมากกว่าหนึ่งแบบจึงจะครบตามกฎหมาย
โคมไฟฉุกเฉินแบบสองหัว (Twin-head)
กล่องแบตเตอรี่พร้อมหลอด LED 2 หัว ปรับทิศทางได้ ติดผนังหรือเพดาน ทำงานเฉพาะตอนไฟดับ เหมาะกับทางเดิน บันได โถงลิฟต์ และโรงงาน ดูรุ่นที่มีในหมวด ไฟฉุกเฉิน
ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน (Exit Sign)
ป้าย “ทางออก / EXIT” หรือรูปคนวิ่งเข้าประตู มีแบตเตอรี่ในตัว สว่างตลอดเวลา ติดเหนือประตูหนีไฟและจุดเปลี่ยนทิศทาง มีทั้งแบบด้านเดียวและสองด้าน
ดาวน์ไลท์/โคมฝังฝ้าแบบมีแบตเตอรี่
โคมไฟปกติที่มีชุดแบตเตอรี่สำรองในตัวหรือแยกกล่อง ใช้ในโรงแรม สำนักงาน ห้างที่ไม่อยากเห็นกล่องโคมโผล่บนผนัง ดู ดาวน์ไลท์ ประกอบเพื่อวางระบบให้เข้ากับโคมหลัก
ระบบแบตเตอรี่ส่วนกลาง (Central Battery)
ตู้แบตเตอรี่ชุดเดียวจ่ายไฟให้โคมฉุกเฉินทั้งอาคาร ดูแลจากจุดเดียว เหมาะกับอาคารสูงและโรงงานขนาดใหญ่ แต่ต้องออกแบบสายไฟทนไฟแยกต่างหาก
สเปกที่ต้องดูก่อนซื้อ 6 ข้อ
1. เวลาสำรองไฟ (Backup time) ต้องระบุชัดว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป
นี่คือข้อที่ทำให้โคมราคาถูกจำนวนมากไม่ผ่านการตรวจ เพราะระบุแค่ “สำรองไฟได้นาน” โดยไม่บอกตัวเลข หรือบอก 2 ชั่วโมงแต่ทดสอบจริงแล้วดับก่อน ให้เลือกรุ่นที่ระบุเวลาสำรองไฟชัดเจนที่กำลังวัตต์เต็ม และควรมีผลทดสอบหรือเอกสารสเปกจากผู้ผลิตประกอบ
2. ชนิดแบตเตอรี่และอายุการใช้งาน
แบตเตอรี่ที่พบในโคมฉุกเฉินมี 3 แบบหลัก คือ ตะกั่ว-กรดแบบปิดผนึก (SLA) ราคาถูก น้ำหนักมาก อายุราว 2–3 ปี, นิเกิล-แคดเมียม (Ni-Cd) ทนความร้อนดี นิยมในป้ายทางออก และลิเธียม (Li-ion / LiFePO4) เบา อายุยาวกว่า แต่ราคาสูงกว่า สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่แค่ชนิด แต่คือความจุ (Ah) เทียบกับกำลังวัตต์ของหลอด เพราะเป็นตัวกำหนดว่า 2 ชั่วโมงนั้นทำได้จริงหรือไม่
3. ค่าความสว่าง (ลูเมน) และมุมกระจายแสง
อย่าดูแค่วัตต์ ให้ดูค่าลูเมนที่หลอดให้จริงในโหมดฉุกเฉิน แล้วนำไปคำนวณว่าครอบคลุมพื้นที่ทางเดินได้ยาวเท่าไรที่ 1 ลักซ์ (อ่านวิธีคิดค่าแสงได้ใน วิธีคำนวณความสว่าง (Lux)) หัวโคมที่ปรับมุมได้ช่วยให้ยิงแสงไปตามแนวทางเดินได้ไกลขึ้นแทนที่จะสว่างกองอยู่ใต้โคม
4. ระดับกันน้ำกันฝุ่น (IP) ให้ตรงกับพื้นที่
ทางเดินภายในอาคารทั่วไปใช้ IP20 ได้ แต่ลานจอดรถ ทางเดินภายนอก โรงงานที่มีฝุ่นหรือละอองน้ำ และห้องครัว ควรใช้รุ่น IP65 ขึ้นไป มิฉะนั้นแบตเตอรี่และวงจรจะเสื่อมเร็วมาก
5. ระบบทดสอบตัวเอง (Self-test) และไฟแสดงสถานะ
โคมทุกรุ่นควรมีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จและปุ่มทดสอบ แต่รุ่นที่มีฟังก์ชัน self-test จะทดสอบตัวเองอัตโนมัติเป็นระยะและแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เสื่อม ช่วยลดภาระการเดินตรวจทุกเดือนของอาคารที่มีโคมหลายร้อยจุด
6. เครื่องหมายมาตรฐานและเอกสารประกอบ
ตรวจว่าสินค้ามีเครื่องหมาย มอก. ในส่วนที่บังคับ (เช่น ชุดแปลงไฟ/แบตเตอรี่) หรือมาตรฐานสากลอย่าง CE/IEC และผู้ขายออกเอกสารสเปก ใบรับประกัน และใบกำกับภาษีได้ เพราะเอกสารเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ตรวจสอบอาคารและ จป. จะขอดู
ตารางเปรียบเทียบไฟฉุกเฉินแต่ละประเภท
| ประเภท | ทำงานเมื่อ | ตำแหน่งที่เหมาะ | เวลาสำรองที่ควรมี | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|---|
| โคมสองหัว (Twin-head) | ไฟดับเท่านั้น | ทางเดิน บันได โถง โรงงาน คลังสินค้า | ≥ 2 ชม. | ราคาคุ้ม ติดตั้งง่าย ปรับทิศแสงได้ ครอบคลุมทางเดินยาว | ต้องตรวจแบตเตอรี่สม่ำเสมอ ไม่เหมาะกับงานตกแต่ง |
| ป้ายทางออก (Exit sign) | ตลอดเวลา | เหนือประตูหนีไฟ ทางแยก ทางลง | ≥ 2 ชม. | กฎหมายบังคับ ให้ทิศทางชัด กินไฟน้อย | ต้องมองเห็นจากระยะที่กำหนด ห้ามมีสิ่งกีดขวาง |
| ดาวน์ไลท์มีแบตเตอรี่ | ไฟดับเท่านั้น (หรือสว่างตลอด) | โรงแรม สำนักงาน ร้านค้า พื้นที่ตกแต่ง | ≥ 2 ชม. (บางรุ่น 1–3 ชม.) | ซ่อนเรียบร้อยในฝ้า เข้ากับโคมหลัก | ราคาต่อจุดสูงกว่า ต้องวางแผนตั้งแต่ออกแบบฝ้า |
| Central battery | ไฟดับ (ทั้งระบบ) | อาคารสูง โรงพยาบาล โรงงานใหญ่ | ตามการออกแบบ ≥ 2 ชม. | ดูแลจากจุดเดียว แบตเตอรี่อายุยาว | ต้องใช้สายทนไฟ ลงทุนสูง ต้องมีวิศวกรออกแบบ |
ตำแหน่งติดตั้งและวิธีนับจำนวนโคม
คำถามที่ทีมงาน W.L. Lighting ได้รับบ่อยที่สุดคือ “อาคารขนาดนี้ต้องใช้โคมฉุกเฉินกี่ตัว” คำตอบไม่ได้มาจากพื้นที่ตารางเมตรอย่างเดียว แต่มาจากเส้นทางหนีไฟ หลักการคือ คนต้องมองเห็นทางจากจุดที่ยืนอยู่ไปจนถึงประตูออกสู่ภายนอกได้ตลอดแนว โดยไม่มีช่วงมืด
จุดที่ต้องมีโคมส่องสว่างฉุกเฉินหรือป้ายทางออกเสมอ
- ประตูทางออกสุดท้ายของอาคาร และประตูหนีไฟทุกบาน (ป้ายทางออกเหนือประตู + โคมส่องสว่างด้านนอกประตู)
- บันไดหนีไฟทุกชั้น ทั้งชานพักและช่วงขั้นบันได
- ทางเดินร่วม ทุกจุดที่ทางเดินเปลี่ยนทิศทางหรือมีทางแยก
- โถงลิฟต์ ห้องเครื่อง ห้องไฟฟ้า ห้องปั๊มดับเพลิง และห้องควบคุม
- บริเวณอุปกรณ์ดับเพลิง แผงแจ้งเหตุ และปุ่มกดแจ้งเหตุเพลิงไหม้
- ห้องน้ำรวมที่ไม่มีแสงธรรมชาติ ลานจอดรถในอาคาร และพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ เช่น โถงห้าง โรงงาน
วิธีประมาณจำนวนโคมอย่างง่าย
ขั้นแรก วาดเส้นทางหนีไฟจากจุดไกลสุดของแต่ละชั้นไปถึงทางออก ขั้นที่สอง ดูข้อมูลระยะส่องสว่างของโคมรุ่นที่จะใช้ (ผู้ผลิตจะระบุว่าที่ความสูงติดตั้งเท่านี้ ครอบคลุมทางเดินได้กี่เมตรที่ 1 ลักซ์) ขั้นที่สาม วางโคมเรียงตามเส้นทางให้แสงซ้อนทับกันเล็กน้อย โดยเพิ่มโคมพิเศษที่บันได ทางแยก และประตูทุกบาน ผลลัพธ์ที่ได้มักมากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก เพราะทางเดินยาว 30 เมตรพร้อมทางแยกสองจุดอาจต้องใช้โคมสองหัว 3–4 ตัวและป้ายทางออก 2–3 ป้าย หากไม่แน่ใจ ส่งแบบแปลนชั้นให้ทีมงานช่วยวางตำแหน่งได้ฟรี
สำหรับโครงการที่มีงานไฟภายนอกร่วมด้วย เช่น ลานจอดรถหรือถนนภายในโรงงาน ควรวางแผนระบบไฟสำรองไปพร้อมกับ การเลือกเสาไฟถนนให้เหมาะกับหน้างาน เพราะจุดรวมพลภายนอกอาคารก็ต้องมีแสงสว่างเพียงพอเช่นกัน
การทดสอบและบำรุงรักษาที่กฎหมายกำหนด
โคมที่ผ่านการตรวจในวันติดตั้ง ไม่ได้แปลว่าจะผ่านตลอดไป มาตรฐาน วสท. และแนวปฏิบัติสากลกำหนดรอบการทดสอบไว้ชัดเจน และผู้ตรวจสอบอาคารมักขอดูบันทึกการทดสอบเป็นหลักฐาน
| รอบ | สิ่งที่ต้องทำ | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|
| ทุกเดือน | กดปุ่มทดสอบหรือตัดไฟให้โคมทำงานสั้น ๆ ราว 30 วินาที ทุกโคม | หลอดติดทันที ไฟสถานะปกติ ไม่มีโคมชำรุด |
| ทุกปี | ทดสอบเต็มเวลาสำรอง (2 ชั่วโมง) ทุกโคม พร้อมวัดความสว่างบนเส้นทางหนีไฟ | โคมยังสว่างครบเวลา ค่าความสว่างไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ |
| เมื่อครบอายุแบตเตอรี่ | เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุที่ผู้ผลิตระบุ (โดยทั่วไป 2–4 ปีแล้วแต่ชนิด) | บันทึกวันที่เปลี่ยนไว้บนโคมและในทะเบียน |
เคล็ดลับจากหน้างานคือ ติดสติกเกอร์ระบุวันติดตั้งและวันเปลี่ยนแบตเตอรี่ไว้ที่ตัวโคมทุกดวง และทำทะเบียนโคมพร้อมหมายเลขจุดติดตั้ง จะทำให้การตรวจประจำปีใช้เวลาน้อยลงมาก และหากอาคารมีโคมจำนวนมาก การเลือกรุ่นที่มี self-test ตั้งแต่แรกจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
เช็กลิสต์ก่อนตรวจอาคาร
- ทุกประตูหนีไฟและทางแยกมีป้ายทางออกที่สว่างอยู่ และไม่มีสิ่งของบัง
- ทางเดินหนีไฟทุกช่วงมีโคมฉุกเฉินครอบคลุม ไม่มีช่วงมืดเมื่อตัดไฟ
- โคมทุกดวงระบุเวลาสำรองไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และผ่านการทดสอบเต็มเวลาภายใน 12 เดือน
- พื้นที่ภายนอก ที่จอดรถ และพื้นที่เปียกใช้รุ่น IP65 ขึ้นไป
- มีบันทึกการทดสอบรายเดือนและรายปี พร้อมทะเบียนวันเปลี่ยนแบตเตอรี่
- มีเอกสารสเปก ใบรับประกัน และเครื่องหมายมาตรฐานของสินค้าครบ
- โคมที่ไฟสถานะดับ กะพริบผิดปกติ หรือติดไม่ถึงเวลา ได้รับการเปลี่ยนแล้ว
ไฟฉุกเฉินแนะนำจาก W.L. Lighting
สินค้าที่ทีมงานแนะนำสำหรับอาคารทั่วไป ได้แก่ โคมไฟฉุกเฉินแบบสองหัว สำหรับทางเดินและบันได คู่กับ ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน เหนือประตูหนีไฟ และ โคมสองหัวรุ่นประหยัด EPD-209 สำหรับสำนักงานและร้านค้าที่ต้องการเกณฑ์ 2 ชั่วโมงพอดี กดที่การ์ดเพื่อดูสเปกและราคาได้เลย
ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่หมวดโคมฉุกเฉินและป้ายทางออก และหากกำลังวางระบบไฟสำนักงานทั้งชุด ลองอ่านเพิ่มเติมเรื่อง วิธีเลือกโคมไฟเพดาน และดู โคมไฟสำนักงาน ควบคู่กันได้
คำถามที่พบบ่อย
บ้านพักอาศัยต้องติดไฟฉุกเฉินตามกฎหมายไหม
บ้านเดี่ยวทั่วไปไม่ได้ถูกกฎหมายอาคารบังคับให้ติด แต่คอนโด หอพัก อาคารพาณิชย์ที่ใช้ประกอบกิจการ โรงแรม และอาคารที่มีคนใช้จำนวนมากเข้าข่ายต้องมี อย่างไรก็ตาม บ้านที่มีผู้สูงอายุหรือบันไดหลายชั้น การติดโคมสักตัวที่บันไดก็เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยที่คุ้มค่า
ไฟฉุกเฉินต้องสำรองไฟได้กี่ชั่วโมง
เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปตามมาตรฐาน วสท. คือไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งโคมส่องสว่างและป้ายทางออก บางอาคารเฉพาะทางอาจกำหนดมากกว่านั้น ควรเลือกรุ่นที่ระบุเวลาสำรองไฟที่กำลังวัตต์เต็มอย่างชัดเจน และทดสอบเต็มเวลาอย่างน้อยปีละครั้ง
ป้ายทางออกกับโคมไฟฉุกเฉินใช้แทนกันได้หรือไม่
ไม่ได้ ทั้งสองอย่างทำหน้าที่ต่างกัน ป้ายทางออกบอก “ทิศทาง” และต้องสว่างตลอดเวลา ส่วนโคมส่องสว่างฉุกเฉินให้ “แสงสว่าง” บนเส้นทางเมื่อไฟดับ กฎหมายและมาตรฐานกำหนดให้มีทั้งสองอย่างในตำแหน่งที่เหมาะสม
ไฟฉุกเฉินควรเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อไร
โดยทั่วไปแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดอยู่ได้ราว 2–3 ปี Ni-Cd และลิเธียมอยู่ได้นานกว่า แต่สัญญาณที่ชัดที่สุดคือผลทดสอบเต็มเวลา หากโคมสว่างไม่ครบ 2 ชั่วโมง หรือไฟสถานะแจ้งเตือน ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ทันทีโดยใช้รุ่นที่ผู้ผลิตกำหนด
ยังไม่แน่ใจว่าอาคารต้องใช้โคมฉุกเฉินกี่จุด
ส่งแบบแปลนหรือรูปหน้างานมาทาง LINE ทีมงาน W.L. Lighting ช่วยวางตำแหน่งและเลือกรุ่นให้ผ่านเกณฑ์ตรวจอาคาร ฟรี
ตอบไวในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น. · ส่งทั่วไทย · ออกใบกำกับภาษีได้


