ป้ายทางออกฉุกเฉิน เลือกยังไง ติดตรงไหน ต้องสำรองไฟกี่ชั่วโมง (2026)

ป้ายทางออกฉุกเฉิน (Exit Sign) คือป้ายสีเขียวเรืองแสงเหนือประตูที่หลายคนมองผ่านทุกวันโดยไม่สังเกต แต่ในวันที่ไฟดับหรือเกิดเพลิงไหม้ มันคืออุปกรณ์ชิ้นแรกที่บอกคนในอาคารว่า “ต้องไปทางไหน” กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐาน วสท. จึงกำหนดเรื่องป้ายทางออกฉุกเฉินไว้ค่อนข้างละเอียด ทั้งรูปแบบป้าย จุดที่ต้องติด ความสูง ระยะที่ต้องมองเห็น และเวลาสำรองไฟที่ต้องทำได้ บทความนี้ W.L. Lighting สรุปทุกอย่างที่เจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา และช่างไฟควรรู้ก่อนสั่งซื้อ พร้อมตารางเปรียบเทียบประเภทป้าย เช็กลิสต์ 8 ข้อ และรุ่นที่เราแนะนำ ถ้ายังไม่ได้อ่านภาพรวมเรื่องไฟฉุกเฉิน แนะนำอ่าน ไฟฉุกเฉิน เลือกยังไงให้ผ่านกฎหมายอาคาร ควบคู่กันไปด้วย

ป้ายทางออกฉุกเฉินและไฟฉุกเฉินในทางเดินอาคาร
ป้ายทางออกฉุกเฉินต้องติดเหนือประตูทางออกทุกบาน และมองเห็นได้ตลอดเส้นทางหนีไฟ

ป้ายทางออกฉุกเฉินคืออะไร ต่างจากไฟฉุกเฉินตรงไหน

คนจำนวนมากเรียกรวมกันว่า “ไฟฉุกเฉิน” แต่ในทางมาตรฐาน อุปกรณ์สองชิ้นนี้ทำหน้าที่คนละอย่างและกฎหมายกำหนดแยกกัน

ป้ายทางออก (Exit Sign / ป้ายทางหนีไฟ)

เป็นป้ายที่มีแสงสว่างในตัว พื้นสีเขียว สัญลักษณ์คนวิ่งออกประตูสีขาว อาจมีลูกศรบอกทิศทางและคำว่า “ทางออก” หรือ “EXIT” หน้าที่ของมันคือบอกทิศทาง ให้คนรู้ว่าประตูทางออกอยู่ตรงไหนและต้องเลี้ยวไปทางใด ป้ายต้องติดสว่างตลอดเวลาที่มีคนใช้อาคาร และเมื่อไฟหลักดับ แบตเตอรี่ในตัวต้องเลี้ยงให้ป้ายสว่างต่อได้ตามเวลาที่มาตรฐานกำหนด

ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light)

เป็นโคมที่ปกติจะดับอยู่ และจะติดขึ้นอัตโนมัติเมื่อไฟหลักดับ หน้าที่คือให้แสงสว่างบนพื้นเส้นทางหนีไฟ ให้คนเดินได้โดยไม่สะดุด รุ่นที่นิยมคือแบบสองหัว (Twin-head) ติดผนังตามทางเดิน บันได และหน้าประตู ถ้าอยากรู้ว่าแสงบนพื้น 1 ลักซ์คือสว่างแค่ไหน ลองอ่าน วิธีคำนวณความสว่าง (Lux) ที่เราเคยอธิบายไว้

สรุปสั้น ๆ: ป้ายทางออกบอกว่า “ไปทางไหน” ส่วนไฟฉุกเฉินทำให้ “เดินไปได้” อาคารที่ปลอดภัยต้องมีทั้งสองอย่าง และต้องวางตำแหน่งให้สอดคล้องกัน

กฎหมายและมาตรฐานที่ต้องผ่าน

ข้อกำหนดเรื่องป้ายทางออกในประเทศไทยกระจายอยู่ในกฎหมายและมาตรฐานหลายฉบับ ที่ผู้ตรวจอาคารใช้อ้างอิงบ่อยที่สุดมีดังนี้

กฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

กฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) กำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบไฟส่องสว่างสำรองและป้ายบอกทางหนีไฟที่มองเห็นชัดเจน ส่วนกฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540) กำหนดระบบป้องกันอัคคีภัยสำหรับอาคารประเภทอื่นที่มีคนใช้จำนวนมาก เช่น โรงแรม โรงมหรสพ สถานบริการ อาคารชุด และอาคารสาธารณะ ซึ่งรวมถึงไฟส่องสว่างสำรองและป้ายบอกทางหนีไฟที่ใช้งานได้แม้ไฟหลักดับ

มาตรฐาน วสท. ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน

มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) คือเอกสารที่ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคมากที่สุด และเป็นตัวที่ผู้ตรวจสอบอาคารประจำปีใช้เทียบ ประเด็นหลักที่กระทบการเลือกซื้อป้ายคือ

  • เวลาสำรองไฟ มาตรฐาน วสท. กำหนดให้ป้ายสว่างต่อได้ไม่น้อยกว่า 120 นาที (2 ชั่วโมง) หลังไฟหลักดับ เวลาเลือกซื้อจึงควรดูรุ่นที่ระบุ 2 ชั่วโมงขึ้นไป และเผื่อแบตเตอรี่เสื่อมตามอายุด้วย รุ่นที่สำรองได้ 3 ชั่วโมงในปีแรกจะยังผ่านเกณฑ์ได้นานกว่า
  • สีและสัญลักษณ์ พื้นป้ายสีเขียว สัญลักษณ์และตัวอักษรสีขาว ใช้รูปคนวิ่งออกประตูตามแบบสากล (ISO 7010) และลูกศรบอกทิศทางเมื่อทางออกไม่ได้อยู่ตรงหน้า
  • ความสูงติดตั้ง ป้ายหลักติดให้ขอบล่างอยู่สูงจากพื้น 2.0–2.7 เมตร เพื่อให้มองเห็นเหนือศีรษะคน ส่วนป้ายเสริมระดับต่ำ (ถ้ามี) ติดให้ขอบล่างสูงจากพื้น 15–20 ซม. เผื่อกรณีควันลอยตัวบังป้ายด้านบน
  • ระยะมองเห็น มาตรฐาน วสท. กำหนดระยะมองเห็นสูงสุดตามความสูงของสัญลักษณ์บนป้าย คือ 10 ซม. ได้ 24 เมตร, 15 ซม. ได้ 36 เมตร และ 20 ซม. ได้ 48 เมตร ทุกจุดบนเส้นทางหนีไฟต้องมองเห็นป้ายอย่างน้อย 1 ป้ายเสมอ
  • ความสว่างของป้าย พื้นสีเขียวต้องมีความสว่าง (Luminance) ไม่ต่ำกว่า 8 cd/m² สม่ำเสมอทั้งแผ่นและตัดกับสัญลักษณ์สีขาวชัดเจน ป้ายที่แสงเป็นจุด ๆ หรือขอบมืดเสี่ยงไม่ผ่านการตรวจ
ตัวเลขข้างต้นสรุปจากมาตรฐาน วสท. และกฎกระทรวงเพื่อให้เลือกซื้อได้ถูกต้อง แต่ข้อกำหนดของแต่ละอาคารขึ้นกับประเภทและขนาดอาคาร ควรตรวจสอบกับผู้ตรวจสอบอาคารหรือวิศวกรผู้ออกแบบอีกครั้ง หรือส่งแบบแปลนให้ทีมงาน W.L. Lighting ช่วยดูจุดติดตั้งได้ฟรี

ประเภทของป้ายทางออกฉุกเฉิน (ตารางเปรียบเทียบ)

ป้ายทางออกในท้องตลาดแบ่งได้ตามลักษณะตัวป้ายและวิธีติดตั้ง แต่ละแบบเหมาะกับตำแหน่งที่ต่างกัน เลือกให้ตรงกับหน้างานจะช่วยประหยัดทั้งค่าอุปกรณ์และค่าแรง

ประเภทลักษณะจุดที่เหมาะข้อควรระวัง
ป้ายกล่อง (Box type) หน้าเดียวกล่องสี่เหลี่ยมมีแผ่นป้ายด้านหน้า แบตเตอรี่อยู่ในกล่องเหนือประตูทางออกที่คนเดินเข้าหาจากด้านเดียวตัวป้ายหนาพอสมควร ต้องเว้นระยะจากวงกบประตู
ป้ายกล่องสองหน้าแผ่นป้ายทั้งสองด้าน แขวนตั้งฉากกับผนังหรือห้อยจากฝ้ากลางทางเดินยาว จุดที่คนเดินมาได้จากสองทิศต้องตรวจว่าฝ้ารับน้ำหนักได้และไม่บังหัวสปริงเกลอร์
ป้ายบางแบบขอบแสง (Slim / Edge-lit)แผ่นอะคริลิกใสบางเฉียบ LED ส่องจากขอบอาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างที่เน้นความสวยงามราคาสูงกว่าแบบกล่อง และแผ่นอะคริลิกเป็นรอยง่ายเมื่อทำความสะอาดผิดวิธี
ป้ายฝังฝ้า (Recessed)ฝังตัวเครื่องในฝ้า โผล่เฉพาะแผ่นป้ายห้องประชุม ล็อบบี้ ที่ต้องการงานเรียบต้องเผื่อช่องฝ้าและทางเดินสายตั้งแต่ตอนออกแบบ
ป้ายลูกศรบอกทาง (Directional)ป้ายทางออกที่มีลูกศรซ้าย/ขวา/ลงทางเดินที่ต้องเลี้ยว จุดแยก หัวบันไดต้องเลือกทิศลูกศรให้ถูกตั้งแต่สั่งซื้อ (บางรุ่นเปลี่ยนแผ่นป้ายได้)

สำหรับงานทั่วไป ป้าย LED หน้าเดียวคือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ติดง่าย เปลี่ยนแบตเตอรี่ง่าย และหาอะไหล่ได้ รุ่นที่เราแนะนำคือป้ายบางของ Dyno ซึ่งมีทั้งแบบติดผนังและแบบติดเพดานในราคาเดียวกัน ส่วนป้ายสองหน้าให้เก็บไว้ใช้เฉพาะกลางทางเดินยาวเท่านั้น

ดูป้ายทางออกและไฟฉุกเฉินทุกรุ่นได้ที่หมวด ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) ทุกรุ่นระบุเวลาสำรองไฟและชนิดแบตเตอรี่ไว้ในหน้าสินค้า

ติดตรงไหน สูงเท่าไหร่ ห่างกันได้แค่ไหน

ตำแหน่งติดตั้งคือส่วนที่ผู้ตรวจอาคารดูเป็นอันดับแรก และเป็นจุดที่งานหน้างานพลาดบ่อยที่สุด หลักคิดง่าย ๆ คือ ยืนอยู่ตรงไหนของอาคารก็ต้องเห็นป้ายอย่างน้อยหนึ่งป้าย และเดินตามป้ายไปแล้วต้องออกจากอาคารได้จริง

จุดที่ต้องมีป้ายทางออกเสมอ

  1. เหนือประตูทางออกสุดท้าย ประตูที่เปิดออกสู่ภายนอกอาคารหรือพื้นที่ปลอดภัยทุกบาน
  2. เหนือประตูเข้าบันไดหนีไฟ ทุกชั้น ทั้งด้านที่เข้าบันไดและด้านในบันไดที่บอกว่าชั้นไหนออกสู่ภายนอก
  3. จุดเลี้ยวและทางแยกของทางเดิน ติดป้ายลูกศรชี้ทิศทางไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด
  4. ทางเดินยาว ที่ยืนตรงกลางแล้วมองไม่เห็นป้ายปลายทาง ให้เพิ่มป้ายสองหน้ากลางทางเดินตามระยะมองเห็นของป้าย
  5. ห้องที่มีคนใช้จำนวนมาก เช่น ห้องประชุม โรงอาหาร ห้องโถง ต้องเห็นป้ายจากทุกที่นั่ง
  6. ประตูที่ไม่ใช่ทางออก แต่ดูเหมือนทางออก (ห้องเก็บของ ห้องเครื่อง) ควรติดป้าย “ไม่ใช่ทางออก” เพื่อลดความสับสน

ความสูงและระยะห่าง

ติดให้ขอบล่างของป้ายอยู่ที่ 2.0–2.7 เมตรจากพื้น ถ้าประตูสูง 2.0 เมตร ป้ายกล่องมักลงตัวที่ระดับเหนือวงกบพอดี ระยะห่างระหว่างป้ายให้คำนวณจากระยะมองเห็น เช่น ป้ายที่สัญลักษณ์สูง 10 ซม. มองเห็นได้ไม่เกิน 24 เมตร ทางเดินยาว 50 เมตร จึงต้องมีป้ายอย่างน้อย 3 ตำแหน่งให้มองเห็นต่อเนื่องกัน ไม่ควรติดป้ายหลังคาน ท่อ หรือป้ายโฆษณาที่บังแนวสายตา และหลีกเลี่ยงการติดใกล้แหล่งความร้อนหรือช่องแอร์ที่จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

ข้อควรรู้ตอนเดินสายไฟให้ป้าย

ป้ายทางออกต้องรับไฟจากวงจรแสงสว่างของพื้นที่นั้นโดยตรง ไม่ต่อผ่านสวิตช์เปิดปิด เพราะป้ายใช้การตรวจจับว่า “ไฟหลักดับ” เป็นสัญญาณให้สลับไปใช้แบตเตอรี่ ถ้าต่อผ่านสวิตช์แล้วมีคนปิดสวิตช์ ป้ายจะกินแบตเตอรี่จนหมดโดยไม่มีใครรู้ ใช้สายไฟ 3 แกน (L, N, กราวด์) ตามที่ผู้ผลิตกำหนด ติดป้ายชื่อวงจรที่เบรกเกอร์ว่ามีป้ายทางออกและไฟฉุกเฉินอยู่ในวงจรนั้น และเว้นระยะจากหัวสปริงเกลอร์และอุปกรณ์ตรวจจับควันตามที่แบบระบบดับเพลิงกำหนด เพื่อไม่ให้ตัวป้ายบังการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น สำหรับอาคารที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ป้ายยังคงต้องมีแบตเตอรี่ในตัวอยู่ดี เพราะช่วงเวลาที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากำลังสตาร์ตคือช่วงที่คนเริ่มอพยพพอดี

เช็กลิสต์ 8 ข้อก่อนซื้อป้ายทางออกฉุกเฉิน

รุ่นที่ดูหน้าตาเหมือนกันอาจต่างกันมากในรายละเอียด ใช้รายการนี้เทียบสเปกก่อนตัดสินใจ

  1. เวลาสำรองไฟ ระบุ 2 ชั่วโมงขึ้นไปในสเปก ไม่ใช่แค่ “มีแบตเตอรี่สำรอง”
  2. ชนิดแบตเตอรี่ Ni-Cd และ Ni-MH เป็นมาตรฐานทั่วไป อายุใช้งานราว 3–5 ปี ส่วนลิเธียมเบากว่าและอายุยาวกว่าแต่ราคาสูงกว่า ที่สำคัญคือต้องหาแบตเตอรี่ทดแทนได้เมื่อถึงเวลาเปลี่ยน
  3. หลอดไฟ LED กินไฟต่ำ (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 3–5 วัตต์) ทำให้แบตเตอรี่เล็กลงและติดสว่างได้ยาวนาน หลีกเลี่ยงป้ายหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่นเก่า
  4. สัญลักษณ์ตามมาตรฐาน คนวิ่งสีขาวพื้นเขียว มีลูกศรตรงตามทิศทางที่จะติด บางรุ่นให้แผ่นป้ายมาหลายแบบให้เลือกเปลี่ยนเอง
  5. ความสม่ำเสมอของแสง เปิดดูตอนมืดว่าแผ่นป้ายสว่างเท่ากันทั้งแผ่น ไม่มีจุด LED โผล่หรือขอบมืด
  6. ปุ่มทดสอบและไฟสถานะ ต้องมีปุ่ม Test และไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ เพื่อให้ตรวจประจำเดือนได้โดยไม่ต้องสับเบรกเกอร์
  7. วัสดุตัวกล่อง พลาสติกทนไฟ (Flame retardant) หรือเหล็กพ่นสี เลือกตามสภาพแวดล้อม โรงงานที่มีฝุ่นและความชื้นควรใช้รุ่นที่ปิดมิดชิด
  8. ใบรับรองและการรับประกัน ขอเอกสารรับรองผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขรับประกันแบตเตอรี่ให้ชัดเจน เพราะเป็นเอกสารที่ผู้ตรวจอาคารมักขอดู

จับคู่ป้ายทางออกกับไฟฉุกเฉินให้ครบระบบ

ป้ายทางออกฉุกเฉินทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีไฟฉุกเฉินส่องพื้นทางเดินคู่กัน สูตรที่ใช้กันทั่วไปคือ ป้ายทางออกเหนือประตู + ไฟฉุกเฉินสองหัวติดผนังทางเดินทุก 10–15 เมตร และเพิ่มที่หัวบันได ชานพัก และหน้าประตูทางออก ให้แสงบนพื้นเส้นทางหนีไฟไม่ต่ำกว่า 1 ลักซ์ตลอดเส้นทาง รุ่นไฟฉุกเฉินที่เราแนะนำใช้คู่กัน

ถ้าเป็นอาคารสำนักงานหรือโรงงานที่กำลังวางระบบไฟภายในใหม่ทั้งชั้น ลองอ่านเรื่อง ดาวน์ไลท์ LED E27 vs MR16 vs Built-in และ วิธีเลือกโคมไฟเพดาน เพื่อวางแผนไฟหลักและไฟฉุกเฉินไปพร้อมกัน จะได้เดินสายครั้งเดียวจบ

การทดสอบและดูแลรักษา

ป้ายที่ติดแล้วไม่ดูแล มักพบตอนตรวจอาคารว่าแบตเตอรี่เสื่อมและป้ายดับทันทีที่ไฟหลักดับ มาตรฐานจึงกำหนดรอบการทดสอบไว้ชัดเจน

  • ทุกเดือน กดปุ่ม Test หรือตัดไฟหลักอย่างน้อย 30 วินาที ดูว่าป้ายยังสว่างด้วยแบตเตอรี่ และไฟสถานะกลับมาเป็นชาร์จปกติหลังจ่ายไฟคืน
  • ทุกปี ทดสอบเต็มเวลา ตัดไฟหลักแล้วจับเวลาว่าป้ายสว่างได้ครบ 2 ชั่วโมง (หรือตามที่กำหนด) จดผลไว้ในสมุดบันทึกการตรวจอาคาร
  • ทุก 3–5 ปี เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุ หรือทันทีที่ทดสอบแล้วสว่างไม่ครบเวลา
  • ทำความสะอาด แผ่นป้ายด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ไม่ใช้ทินเนอร์หรือน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์กับแผ่นอะคริลิก

เก็บเอกสารรับรองสินค้าและบันทึกการทดสอบไว้ในแฟ้มเดียวกับรายงานตรวจสอบอาคารประจำปี จะช่วยให้การตรวจแต่ละครั้งผ่านเร็วขึ้นมาก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องป้ายทางออกฉุกเฉิน

ป้ายทางออกฉุกเฉินต้องเปิดตลอดเวลาไหม

ต้องสว่างตลอดเวลาที่มีคนใช้อาคาร เพราะเป็นป้ายที่ต้องมองเห็นได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ป้าย LED กินไฟเพียงไม่กี่วัตต์ ค่าไฟทั้งปีต่อป้ายจึงต่ำมาก และการเปิดตลอดยังทำให้แบตเตอรี่ถูกชาร์จเต็มพร้อมใช้เสมอ

บ้านพักอาศัยต้องติดป้ายทางออกฉุกเฉินหรือไม่

บ้านเดี่ยวทั่วไปไม่อยู่ในข่ายบังคับ กฎหมายมุ่งไปที่อาคารสาธารณะ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ โรงงาน โรงแรม หอพัก และอาคารชุด อย่างไรก็ตาม โฮมออฟฟิศ ร้านค้า หรืออาคารพาณิชย์ที่มีคนภายนอกเข้าใช้ ควรติดไว้ทั้งเพื่อความปลอดภัยและเพื่อผ่านการตรวจเมื่อขอใบอนุญาตประกอบกิจการ

ป้ายทางออกกับป้ายทางหนีไฟต่างกันไหม

ในทางปฏิบัติคือป้ายชนิดเดียวกัน “ป้ายทางออก” มักหมายถึงป้ายเหนือประตูทางออกโดยตรง ส่วน “ป้ายทางหนีไฟ” หรือป้ายบอกทางมักหมายถึงป้ายที่มีลูกศรชี้ทิศทางไปยังทางออก ทั้งสองแบบใช้สีเขียว สัญลักษณ์เดียวกัน และต้องมีแบตเตอรี่สำรองเหมือนกัน

ป้ายทางออกฉุกเฉินราคาเท่าไหร่

ป้าย LED มาตรฐานที่ W.L. Lighting เริ่มต้นที่ 1,450 บาท (Dyno X2H-S10N-1B ติดผนัง และ X2H-S10N-1A ติดเพดาน) ส่วนป้ายสองหน้า ป้ายบางแบบขอบแสง และป้ายฝังฝ้าจะสูงขึ้นตามวัสดุและขนาดแบตเตอรี่ ถ้าสั่งจำนวนมากสำหรับทั้งอาคาร ส่งแบบแปลนมาให้เราประเมินจำนวนป้ายและเสนอราคาพิเศษได้

ยังไม่แน่ใจว่าอาคารต้องใช้ป้ายกี่จุด ให้ทีมงานช่วยดูให้ฟรี

ส่งแบบแปลนหรือรูปทางเดินมาทาง LINE ทีมงาน W.L. Lighting ช่วยกำหนดตำแหน่งป้ายทางออกและไฟฉุกเฉิน พร้อมเสนอราคาเหมาทั้งอาคาร

ตอบไวในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น. · ส่งทั่วไทย · ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น