ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำ IP68 เลือกยังไงให้ปลอดภัย ครบเรื่องแรงดันไฟ วัสดุ และการติดตั้ง

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำ คืออุปกรณ์ที่ต้องทำงานสองอย่างพร้อมกันตลอดเวลา คือ ให้แสงสวยใต้ผิวน้ำ และกันไม่ให้ไฟฟ้ารั่วออกมาหาคนที่ลงเล่นน้ำ ด้วยเหตุนี้การเลือกจึงต่างจากโคมไฟทั่วไปมาก เพราะเลือกผิดไม่ได้แค่ไฟดับ แต่อาจอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งยังเป็นจุดที่ผู้ตรวจงานสระและบริษัทประกันให้ความสำคัญเป็นพิเศษ บทความนี้ W.L. Lighting สรุปให้ครบว่าไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำที่ปลอดภัยต้องดูค่า IP เท่าไร ใช้แรงดันกี่โวลต์ วัสดุแบบไหนทนน้ำเกลือ เลือกกี่วัตต์ ติดตั้งกี่ดวง และมีเช็กลิสต์ความปลอดภัยก่อนลงมือติดตั้ง

ทำไมไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำต้องเลือกให้ปลอดภัยเป็นพิเศษ

ไฟใต้น้ำต่างจากโคมไฟภายนอกทั่วไปตรงที่ตัวโคมจมอยู่ในน้ำตลอดเวลา และมีคนสัมผัสน้ำนั้นโดยตรง หากน้ำซึมเข้าตัวโคมหรือฉนวนสายไฟเสื่อม กระแสไฟฟ้าจะกระจายไปทั่วสระได้ทันที ต่างจากไฟในสวนที่ต่อให้เสียก็ไม่มีคนไปแตะ ด้วยเหตุผลนี้ มาตรฐานสากลจึงกำหนดให้ไฟในสระว่ายน้ำต้องใช้แรงดันต่ำพิเศษ (โดยทั่วไป 12V หรือ 24V ผ่านหม้อแปลงแยก) และตัวโคมต้องกันน้ำระดับสูงสุดคือ IP68 การเลือกไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำจึงต้องเริ่มจากความปลอดภัยก่อนความสวยเสมอ

อีกเหตุผลที่ต้องเลือกให้ดีตั้งแต่แรกคือ ไฟใต้น้ำเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนยากที่สุดในบรรดาไฟรอบบ้าน โดยเฉพาะรุ่นฝังผนังที่ต้องเตรียมบ่อฝังไว้ตั้งแต่ตอนสร้างสระ หากซื้อของถูกที่ไม่ได้มาตรฐานมาติด พอใช้ไปไม่กี่เดือนแล้วน้ำเข้าหรือขึ้นสนิม การรื้อเปลี่ยนต้องลดระดับน้ำในสระและอาจต้องทุบผนัง กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเลือกของดีตั้งแต่แรกหลายเท่า การลงทุนกับไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐานจึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของไฟใต้น้ำราคาถูกคือ ใช้ได้ดีในช่วงแรกแล้วค่อย ๆ มีฝ้าไอน้ำจับด้านในหน้ากระจก ตามด้วยแสงหรี่ลงและดับไปทีละดวง เพราะซีลกันน้ำไม่ได้คุณภาพและวัสดุไม่ทนคลอรีน กว่าจะรู้ตัวก็ต้องรื้อเปลี่ยนหลายดวงพร้อมกัน การเข้าใจสเปกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงช่วยตัดปัญหาเหล่านี้ออกไปได้เกือบทั้งหมด

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำเปิดตอนกลางคืน แสงส่องสว่างใต้ผิวน้ำ
ไฟใต้น้ำที่เลือกถูกต้องช่วยให้สระดูหรูตอนกลางคืน และปลอดภัยกับคนที่ลงเล่นน้ำ

IP68 คืออะไร ทำไมสระว่ายน้ำต้องใช้

ค่า IP (Ingress Protection) เป็นตัวเลขสองหลักที่บอกระดับการกันของแข็งและกันน้ำ หลักแรกคือกันฝุ่น หลักที่สองคือกันน้ำ สำหรับโคมที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ต้องใช้ค่ากันน้ำสูงสุดคือเลข 8 นั่นคือ IP68 ซึ่งหมายถึงกันน้ำได้แบบจมต่อเนื่องที่ความลึกและระยะเวลาตามที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ใช่แค่กันน้ำสาดหรือกันฝนแบบ IP65/IP66 ที่ใช้กับโคมภายนอกทั่วไป จุดที่หลายคนพลาดคือเห็นคำว่า "กันน้ำ" แล้วเข้าใจว่าใช้ใต้น้ำได้เลย ทั้งที่กันน้ำแต่ละระดับต่างกันมาก ตัวเลขหลักที่สองยิ่งสูงยิ่งกันน้ำได้หนักขึ้น และเฉพาะเลข 8 เท่านั้นที่ออกแบบมาเพื่อการจมน้ำถาวร

เทียบให้เห็นภาพ
• IP65–IP66: กันน้ำสาด กันฝน เหมาะกับโคมผนัง โคมสนามที่โดนฝน แต่ห้ามนำไปจมน้ำ
• IP67: กันจมน้ำได้ชั่วคราว (เช่น ตกน้ำ) ไม่เหมาะกับการแช่ถาวร
• IP68: กันจมน้ำต่อเนื่องถาวร — ค่าเดียวที่ใช้กับไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำได้จริง

อยากเข้าใจค่า IP แต่ละระดับแบบละเอียดว่า IP44, IP54, IP65 ถึง IP68 ต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มได้ใน คู่มือค่า IP ของโคมไฟ ก่อนตัดสินใจ

สเปกที่ต้องดูก่อนซื้อ 6 ข้อ

เมื่อเข้าใจแล้วว่าไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำต้องปลอดภัยมาก่อน ต่อไปคือรายละเอียดสเปก 6 ข้อ ที่ควรตรวจก่อนตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่ค่ากันน้ำ แรงดันไฟ วัสดุ ความสว่าง ประเภทการติดตั้ง ไปจนถึงการรับประกัน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แยกของดีออกจากของถูกที่ใช้ได้ไม่นาน

1. ค่ากันน้ำต้องเป็น IP68 เท่านั้น

ข้อนี้ห้ามประนีประนอม ไฟที่จะจมในสระต้องระบุ IP68 ชัดเจน หากสินค้าบอกแค่ “กันน้ำ” หรือระบุ IP65/IP67 ให้ตัดออกทันที เพราะน้ำจะซึมเข้าภายในไม่กี่เดือนแล้วทำให้ไฟดับหรือไฟรั่ว หากเป็นไปได้ ควรขอดูผลทดสอบการกันน้ำหรือเอกสารรับรองจากผู้ผลิต และเลือกซื้อจากร้านที่รับประกันเรื่องการรั่วซึมโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่รับประกันหลอดเสีย

2. แรงดันไฟต่ำ 12V หรือ 24V พร้อมหม้อแปลงแยก

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำที่ปลอดภัยจะใช้ไฟ DC 12V หรือ 24V ไม่ใช่ 220V ต่อตรง โดยมีหม้อแปลง (Transformer) แปลงไฟจาก 220V ลงมาและติดตั้งไว้นอกสระในจุดแห้ง แม้เกิดเหตุน้ำเข้าโคม แรงดันต่ำก็ลดความเสี่ยงต่อคนในน้ำได้มาก ตรวจให้แน่ใจว่าผู้ขายจ่ายหม้อแปลงที่มีกำลังวัตต์เพียงพอกับจำนวนดวงที่ติด และเลือกชนิดหม้อแปลงให้ตรงกับหลอด เพราะไฟ LED บางรุ่นต้องใช้หม้อแปลงแบบ Constant Voltage ขณะที่บางรุ่นต้องการ Constant Current หากใช้ผิดชนิด หลอดจะกะพริบหรือเสียเร็ว

3. วัสดุตัวโคม — สแตนเลส 304 หรือ 316 ตามชนิดน้ำ

ตัวโคมไฟใต้น้ำคุณภาพดีทำจากสแตนเลส สำหรับสระน้ำจืด/น้ำคลอรีนทั่วไป สแตนเลส 304 เพียงพอ แต่ถ้าเป็นสระน้ำเกลือ (Salt water) หรือสระริมทะเล ควรเลือกสแตนเลส 316 (SS316L) ที่ทนการกัดกร่อนของคลอไรด์ได้ดีกว่ามาก มิฉะนั้นขอบโคมจะขึ้นสนิมและรั่วเร็ว นอกจากตัวโครงแล้ว ควรถามผู้ขายถึงวัสดุหน้ากระจกและซีลยางกันน้ำด้วย เพราะสองส่วนนี้คือจุดที่มักเสื่อมและทำให้น้ำเข้าเป็นอันดับแรก

4. ความสว่าง (ลูเมน) กำลังวัตต์ และสีของแสง

เลือกกำลังวัตต์ให้เหมาะกับขนาดสระ สระเล็กในบ้านมักใช้ดวงละ 6–12W ส่วนสระใหญ่หรือสระโรงแรมอาจใช้ 18W ขึ้นไป ดูค่าลูเมนจริงประกอบด้วยไม่ใช่แค่วัตต์ (อ่านวิธีคิดค่าแสงได้ใน วิธีคำนวณความสว่าง Lux) เรื่องสีแสงมีทั้งขาว วอร์ม และ RGB เปลี่ยนสีได้ ถ้าเลือก RGB ควรดูว่าคอนโทรลเลอร์คุมได้กี่ดวงและซิงก์สีพร้อมกันได้หรือไม่ สระในบ้านที่เน้นบรรยากาศพักผ่อนมักเลือกแสงวอร์ม ส่วนสระโรงแรมหรือรีสอร์ตนิยม RGB เพื่อเปลี่ยนสีตามงานอีเวนต์ได้ สำหรับแสงสีขาว อุณหภูมิสีราว 6000–6500K จะให้น้ำดูใสสะอาดแบบสระมาตรฐาน ขณะที่แสงวอร์มราว 3000K ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายเหมาะกับสระในบ้านและรีสอร์ต ควรเลือกให้เข้ากับโทนไฟรอบสระและบรรยากาศที่ต้องการ

5. ประเภทการติดตั้ง — ฝังผนัง ติดลอย หรือไฟเส้น

ไฟใต้น้ำมีทั้งแบบฝังในผนังสระ (recessed — ต้องฝังบ่อ/สลีฟไว้ตั้งแต่ตอนสร้างสระ) แบบติดผนังลอย (surface — ติดเพิ่มกับสระที่สร้างเสร็จแล้วได้) และไฟเส้น Neon Flex ที่เดินตามขอบสระหรือขั้นบันได เลือกให้ตรงกับว่าสระสร้างเสร็จหรือยัง เพื่อไม่ต้องทุบผนัง สำหรับบ้านที่วางแผนสร้างสระใหม่ ควรคุยเรื่องตำแหน่งไฟกับผู้รับเหมาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อฝังท่อร้อยสายและบ่อโคมไว้ล่วงหน้า จะได้งานที่เรียบร้อยกว่ามาตามแก้ทีหลัง

6. การรับประกันและมาตรฐาน

ไฟใต้น้ำเปลี่ยนยากเพราะอยู่ใต้น้ำ จึงควรเลือกยี่ห้อที่มีรับประกันชัดเจน มีอะไหล่ และผู้ขายออกเอกสารสเปก ใบรับประกัน และใบกำกับภาษีได้ เพื่อให้เคลมและซ่อมได้จริงในระยะยาว โดยทั่วไปโคมไฟใต้น้ำคุณภาพดีจะรับประกันแผงวงจรราว 2-3 ปี และควรถามให้ชัดว่าการรับประกันครอบคลุมการรั่วซึมหรือไม่ นอกจากนี้ควรเลือกซื้อจากร้านที่มีทีมช่างหรือให้คำแนะนำการติดตั้งได้ ไม่ใช่ขายแต่ตัวสินค้าอย่างเดียว เพราะไฟใต้น้ำเป็นงานที่ความถูกต้องของการติดตั้งสำคัญพอ ๆ กับตัวสินค้า และการมีที่ปรึกษาช่วยให้เลือกรุ่นและวางระบบได้ตรงกับหน้างานมากขึ้น

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำแบบฝังผนัง แสงสีฟ้าเรียงตามแนวสระ
ไฟฝังผนังสระเรียงเป็นแนวช่วยให้แสงกระจายทั่วสระอย่างสม่ำเสมอ

ตารางเปรียบเทียบไฟใต้น้ำแต่ละประเภท

ประเภทติดตั้งกับเหมาะกับข้อดีข้อควรระวัง
โคมฝังผนัง (Recessed)สระที่วางสลีฟไว้ตั้งแต่สร้างสระสร้างใหม่ งานดีไซน์เรียบเรียบเนียนไปกับผนังสระ แสงกระจายดีต้องเตรียมบ่อฝังตั้งแต่แรก เปลี่ยนยาก
โคมติดผนังลอย (Surface)สระที่สร้างเสร็จแล้วติดเพิ่ม/รีโนเวตสระเดิมติดตั้งง่าย ไม่ต้องทุบผนังเห็นตัวโคมนูนจากผนังเล็กน้อย
ไฟเส้น Neon Flex IP68ขอบสระ ขั้นบันได แนวยาวเน้นบรรยากาศ เส้นแสงต่อเนื่องดัดโค้งได้ ให้เส้นแสงนุ่ม สวยหรูต้องใช้รุ่น IP68 สำหรับจมน้ำโดยเฉพาะ
ไฟน้ำพุ/สระประดับน้ำพุ บ่อประดับงานภูมิทัศน์ โครงการทนแรงดันน้ำ วัสดุ SS316Lราคาสูง มักเป็นงานสั่งทำ/พรีออเดอร์

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้เริ่มจากสถานะของสระก่อน หากเป็นสระที่กำลังสร้างใหม่และวางท่อสลีฟไว้แล้ว โคมฝังผนังจะให้งานที่เนียนสวยที่สุด แต่ถ้าเป็นสระเดิมที่สร้างเสร็จไปแล้วและไม่อยากทุบผนัง โคมติดผนังลอยคือคำตอบที่ติดตั้งง่ายกว่า ส่วนใครที่อยากได้เส้นแสงต่อเนื่องเลาะขอบสระหรือขั้นบันไดเพื่อความปลอดภัยและความสวย ก็เสริมไฟเส้น Neon Flex IP68 เข้าไปได้ โดยทั้งสามแบบใช้ร่วมกันในสระเดียวได้

ตำแหน่งติดตั้งและจำนวนดวง

หลักการวางไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำคือให้แสงกระจายทั่วสระอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีมุมมืดและไม่แยงตาคนในน้ำ โดยทั่วไปติดที่ผนังด้านยาวของสระ สูงจากพื้นสระประมาณ 30–60 ซม. ต่ำกว่าระดับผิวน้ำพอสมควรเพื่อไม่ให้แสงสะท้อนแยงตา แล้วเว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน ควรหลีกเลี่ยงการติดไฟให้ยิงเข้าหาทิศที่คนมองจากขอบสระโดยตรง เพราะจะเห็นเป็นจุดจ้าแทนที่จะเป็นแสงนวลใต้น้ำ ในสระที่ลึกมากหรือมีน้ำขุ่นเล็กน้อย ควรเพิ่มจำนวนดวงหรือเลือกวัตต์สูงขึ้น เพราะแสงจะถูกน้ำดูดกลืนไปบางส่วนก่อนถึงตา ส่วนสระน้ำใสตื้นสามารถใช้ดวงเล็กกว่าและยังสว่างเพียงพอ

วิธีประมาณจำนวนดวงอย่างง่าย

สูตรคร่าว ๆ ที่ทีมงานใช้คือ ดูความยาวผนังด้านที่จะติด แล้วเว้นดวงละราว 2–3 เมตรสำหรับดวง 6–9W เช่น สระยาว 8 เมตร มักใช้ไฟฝังผนัง 3–4 ดวงบนผนังด้านยาว หากต้องการให้สว่างสม่ำเสมอมากขึ้นหรือสระกว้าง ควรเพิ่มดวงหรือเลือกวัตต์สูงขึ้น หากเป็นสระรูปทรงซับซ้อนหรือมีขั้นบันได แนะนำให้เสริมไฟเส้น Neon Flex ตามขั้นเพื่อความปลอดภัยในการมองเห็น ทั้งนี้ควรเผื่อกำลังไฟของหม้อแปลงให้มากกว่ากำลังรวมของหลอดเล็กน้อย เพื่อไม่ให้หม้อแปลงทำงานเต็มพิกัดตลอดเวลาซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง หากไม่แน่ใจเรื่องจำนวนดวงหรือขนาดหม้อแปลง ส่งแบบสระให้ทีมงานช่วยวางตำแหน่งและคำนวณให้ได้ฟรี

สำหรับงานที่มีไฟส่องรอบสระหรือไฟเส้นตกแต่งภายนอกร่วมด้วย สามารถอ่านเรื่องการเลือก ไฟเส้น LED กันน้ำใช้ภายนอก เพื่อวางระบบให้เข้ากันทั้งในน้ำและรอบสระ

ตัวอย่างจำนวนดวงตามขนาดสระและสีกระเบื้อง

นอกจากระยะห่างระหว่างดวงแล้ว สีกระเบื้องมีผลกับจำนวนดวงมาก สระกระเบื้องสีอ่อน (ฟ้าอ่อน ขาว) สะท้อนแสงได้ดี ส่วนสระกระเบื้องสีเข้ม (น้ำเงินเข้ม เทา ดำ) ดูดกลืนแสง จึงต้องเพิ่มดวงหรือเลือกวัตต์สูงขึ้นราว 1.5–2 เท่า ตารางนี้คือจุดตั้งต้นที่ทีมงานใช้ก่อนคำนวณจริง

ขนาดสระกระเบื้องสีอ่อนกระเบื้องสีเข้มตำแหน่งที่แนะนำ
4×8 ม. (สระบ้าน)2–3 ดวง 9–12W3–4 ดวง 12–18Wผนังด้านยาวฝั่งเดียว หันแสงออกจากมุมนั่งเล่น
5×12 ม.3–4 ดวง 12–18W4–6 ดวง 18Wผนังด้านยาวฝั่งเดียว เว้นระยะเท่ากัน
กว้างเกิน 10 ม. (โรงแรม/คอนโด)ติดสองฝั่งสลับกันติดสองฝั่ง เพิ่มวัตต์สลับฟันปลาให้แสงตัดกัน ไม่เกิดเงามืดกลางสระ

หากต้องการค่าความสว่างที่แน่นอนเป็นลักซ์ อ่านวิธีคำนวณได้ในบทความ วิธีคำนวณความสว่าง (Lux) หรือส่งขนาดและรูปสระให้ทีมงานช่วยคำนวณให้ฟรี

ระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยสำหรับสระ

ตัวโคม IP68 อย่างเดียวยังไม่พอ ระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้สระต้องปลอดภัยด้วย เพราะต่อให้ตัวโคมกันน้ำดีแค่ไหน หากจุดต่อสายหรือหม้อแปลงมีปัญหา ความเสี่ยงก็ยังอยู่ จุดสำคัญที่ต้องมีคือ

  • ใช้หม้อแปลงแยกลดแรงดันเหลือ 12V/24V ติดตั้งในตู้แห้งนอกสระ
  • ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) ในวงจรไฟสระเสมอ เพื่อตัดไฟทันทีเมื่อมีกระแสรั่ว
  • เดินสายในท่อร้อยสายที่กันน้ำ และต่อจุดเชื่อมสายในกล่องกันน้ำ ไม่ต่อสายเปลือยใต้น้ำ
  • ต่อสายดิน (Grounding/Bonding) โครงสร้างโลหะรอบสระตามมาตรฐาน
  • ให้ช่างไฟที่มีประสบการณ์งานสระเป็นผู้ติดตั้ง ไม่ควรทำเอง

ข้อควรระวัง: ข้อมูลข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป การออกแบบระบบไฟฟ้าของสระว่ายน้ำแต่ละแห่งควรให้วิศวกรไฟฟ้าหรือช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของไทยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด รายละเอียดการติดตั้งเชิงลึกอ่านได้ใน เรื่องควรรู้ก่อนติดตั้งโคมไฟใต้น้ำ

หลังติดตั้งแล้ว ควรตรวจไฟใต้น้ำเป็นระยะเช่นเดียวกับอุปกรณ์ในสระอื่น ๆ สังเกตว่ามีดวงไหนแสงหรี่ลง มีฝ้าไอน้ำเกาะด้านในหน้ากระจก หรือมีคราบสนิมที่ขอบโคมหรือไม่ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าซีลกันน้ำเริ่มเสื่อม ควรรีบถอดตรวจหรือเปลี่ยนก่อนที่น้ำจะเข้าจนไฟรั่ว การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความปลอดภัยของสระไว้ได้

แรงดันตกตามระยะสาย ปัญหาที่ทำให้ดวงท้ายหรี่

ระบบ 12V มีจุดอ่อนคือ แรงดันตกตามระยะสาย ยิ่งสายยาวและต่อโคมหลายดวงในวงจรเดียว ดวงท้าย ๆ จะหรี่กว่าดวงแรกอย่างเห็นได้ชัด วิธีแก้คือใช้สายขนาดใหญ่ขึ้น (เช่น 2.5 ตร.มม. ขึ้นไป) และเดินสายจากหม้อแปลงแยกวงจรไปแต่ละฝั่งของสระ แทนการเดินอนุกรมยาววงจรเดียว ส่วนหม้อแปลงควรมีกำลังวัตต์รวมมากกว่าโคมทุกดวงรวมกันอย่างน้อย 20–30% หลักการเดียวกับที่อธิบายไว้ในบทความ ไฟเส้น LED 12V 24V 220V ต่างกันยังไง

ขั้นตอนติดตั้งไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำ 5 ขั้น ให้ไม่รั่ว ไม่ช็อต

ลำดับงานด้านล่างคือสิ่งที่ช่างสระที่ดีทำเสมอ เจ้าของบ้านหรือผู้ควบคุมงานใช้เช็กตามได้ทีละข้อ

  1. วางตำแหน่งให้ถูกตั้งแต่แบบ ติดที่ผนังด้านยาว หันแสงออกจากบ้านหรือพื้นที่นั่งเล่น ลึกจากผิวน้ำประมาณ 40–60 ซม. และเว้นระยะจากบันไดหรือขั้นนั่ง
  2. ฝังกล่องและท่อร้อยสายก่อนเทคอนกรีต สำหรับแบบฝังผนัง ต่อท่อจากกล่องขึ้นไปยังกล่องต่อสายที่ขอบสระ ซึ่งต้องอยู่สูงกว่าระดับผิวน้ำและห่างจากขอบสระตามมาตรฐาน (โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 1 เมตร)
  3. สายจากโคมต้องยาวถึงกล่องต่อสายโดยไม่มีรอยต่อในน้ำ นี่คือกฎเหล็ก ถ้าสายสั้นให้เปลี่ยนโคมหรือสั่งรุ่นสายยาว ไม่ใช่ต่อสายแล้วพันเทป และเผื่อสายให้ยาวพอที่จะยกโคมขึ้นมาวางบนขอบสระได้ เพื่อซ่อมโดยไม่ต้องลดน้ำ
  4. ติดตั้งหม้อแปลงและเบรกเกอร์กันไฟรั่ว 30 mA บนบก ในตู้ที่พ้นน้ำสาด แยกวงจรจากปั๊มสระ และเดินสายดินให้ครบ
  5. ทดสอบก่อนและหลังเติมน้ำ เปิดทดสอบสั้น ๆ ก่อนเติมน้ำเพื่อดูว่าติดครบทุกดวง (อย่าเปิดทิ้งไว้นานเมื่อไม่มีน้ำ) จากนั้นเติมน้ำจนเต็ม ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงแล้วเช็กว่ามีไอน้ำหรือหยดน้ำเข้าไปในหน้ากระจกหรือไม่ ก่อนส่งมอบงาน
เคล็ดลับดูแลรักษา: ล้างคราบตะไคร่และคราบหินปูนที่หน้ากระจกทุก 2–3 เดือนด้วยฟองน้ำนุ่ม ไม่ใช้แปรงลวด และควบคุมค่าคลอรีนกับ pH ของสระให้อยู่ในช่วงมาตรฐาน เพราะน้ำที่กรดหรือคลอรีนสูงเกินไปคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ซีลยางเสื่อมและสแตนเลสเป็นจุดสนิม

เช็กลิสต์ก่อนติดตั้ง

  • โคมทุกดวงระบุ IP68 และใช้แรงดันต่ำ 12V/24V
  • เลือกวัสดุตัวโคมให้ตรงชนิดน้ำ (SS304 น้ำจืด / SS316 น้ำเกลือ-ริมทะเล)
  • มีหม้อแปลงกำลังพอกับจำนวนดวง ติดตั้งในจุดแห้งนอกสระ
  • วงจรไฟสระมีเครื่องตัดไฟรั่ว RCD/ELCB
  • จำนวนดวงและระยะห่างครอบคลุมสระ ไม่มีมุมมืด
  • สายไฟเดินในท่อกันน้ำ จุดต่อสายอยู่ในกล่องกันน้ำ
  • มีเอกสารสเปก ใบรับประกัน และเลือกยี่ห้อที่มีอะไหล่

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำแนะนำจาก W.L. Lighting

รุ่นที่ทีมงานแนะนำครอบคลุมทั้งแบบฝังผนัง ติดผนังลอย และไฟเส้น เลือกได้ตามหน้างานของคุณ กดที่การ์ดเพื่อดูสเปกและราคาได้เลย

ดูรุ่นทั้งหมดได้ที่หมวด ไฟใต้น้ำ มีให้เลือกตั้งแต่ 3W ถึง 36W ทั้งสแตนเลส 304 และ 316 สำหรับสระน้ำเกลือ หากกำลังวางระบบไฟรอบสระและในสวนไปพร้อมกัน ทีมงานช่วยจัดชุดให้เข้ากันทั้งโทนแสงและงบประมาณได้

รุ่นเพิ่มเติมสำหรับสระน้ำเกลือ สแตนเลส 316 ทั้งชุด

สำหรับสระระบบเกลือหรือโครงการที่ต้องการอายุการใช้งานยาว แนะนำตัวโคมสแตนเลส 316 โดยเฉพาะ มีทั้งแบบติดผนังสระ แบบขาตั้งปรับมุมสำหรับบ่อน้ำและน้ำตก และแบบฝังผนัง (รุ่น Pre-order สั่งผลิตตามโครงการ) ไฟรอบสระ ทางเดิน และสวน ดูเพิ่มได้ที่หมวด ไฟฝังพื้น และ ไฟสนาม Bollard

คำถามที่พบบ่อย

ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำต้องใช้ค่า IP เท่าไร

ต้องเป็น IP68 เท่านั้น เพราะเป็นระดับเดียวที่กันน้ำแบบจมต่อเนื่องถาวรได้ ค่า IP65/IP66 กันได้แค่น้ำสาดหรือฝน และ IP67 กันจมได้แค่ชั่วคราว จึงใช้กับไฟที่แช่น้ำตลอดเวลาไม่ได้

ไฟใต้น้ำใช้ไฟ 220V ได้ไหม

ไม่แนะนำอย่างยิ่ง ไฟในสระควรใช้แรงดันต่ำ 12V หรือ 24V ผ่านหม้อแปลงแยกที่ติดตั้งนอกสระ เพื่อลดความเสี่ยงไฟดูดหากเกิดน้ำเข้าโคม และควรมีเครื่องตัดไฟรั่ว RCD/ELCB ในวงจรเสมอ

สระน้ำเกลือควรใช้ตัวโคมวัสดุอะไร

ควรใช้สแตนเลส 316 (SS316L) ที่ทนการกัดกร่อนของคลอไรด์ในน้ำเกลือได้ดีกว่าสแตนเลส 304 มาก หากใช้ 304 ในสระน้ำเกลือ ขอบโคมมักขึ้นสนิมและรั่วเร็ว

สระว่ายน้ำหนึ่งสระต้องใช้ไฟกี่ดวง

ขึ้นกับขนาดและรูปทรงสระ โดยประมาณเว้นดวงละ 2–3 เมตรบนผนังด้านยาวสำหรับดวง 6–9W เช่น สระยาว 8 เมตรมักใช้ 3–4 ดวง หากไม่แน่ใจ ส่งแบบสระให้ทีมงานช่วยคำนวณตำแหน่งและจำนวนได้ฟรี

ไฟใต้น้ำ RGB เปลี่ยนสีได้ ควบคุมยังไง

ไฟใต้น้ำแบบ RGB จะมีคอนโทรลเลอร์แยกสำหรับสั่งเปลี่ยนสีและโหมดแสง บางรุ่นควบคุมผ่านรีโมทหรือแอปในมือถือได้ สิ่งที่ต้องดูคือคอนโทรลเลอร์หนึ่งตัวรองรับได้กี่ดวงและกี่วัตต์ เพื่อให้ทุกดวงเปลี่ยนสีพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ

ไฟใต้น้ำ IP68 เปิดตอนสระไม่มีน้ำได้ไหม

เปิดทดสอบสั้น ๆ ได้ แต่ไม่ควรเปิดทิ้งไว้นาน เพราะโคมใต้น้ำออกแบบให้ใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อน การเปิดกลางอากาศต่อเนื่องทำให้ LED และไดรเวอร์ร้อนเกินและอายุสั้นลง โดยเฉพาะโคมตัวถังพลาสติก

ไฟใต้น้ำเสียแล้วต้องลดระดับน้ำในสระเพื่อเปลี่ยนไหม

ถ้าติดตั้งถูกวิธี คือเผื่อสายไฟจากโคมยาวพอที่จะยกโคมขึ้นมาวางบนขอบสระได้ ก็เปลี่ยนโคมได้โดยไม่ต้องลดน้ำ นี่คือเหตุผลที่ควรเลือกรุ่นที่มีสายยาวมาให้และห้ามต่อสายใต้น้ำตั้งแต่แรก

วางระบบไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำให้ปลอดภัยและสวย

ส่งแบบสระหรือรูปหน้างานมาทาง LINE ทีมงาน W.L. Lighting ช่วยเลือกรุ่น IP68 วัสดุที่เหมาะกับชนิดน้ำ และวางตำแหน่งให้ ฟรี

ตอบไวในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น. · ส่งทั่วไทย · ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น