ไฟส่องต้นไม้ (Spike Light) เลือกกี่วัตต์ มุมองศาเท่าไหร่ ติดยังไงให้ต้นไม้สวย (2026)

ต้นไม้ที่สวยตอนกลางวัน พอตกกลางคืนกลับกลายเป็นเงาดำทึบ ปัญหานี้แก้ได้ด้วย ไฟส่องต้นไม้ หรือโคมไฟปักดิน (Spike Light) โคมตัวเล็กที่ปักลงดินใกล้โคนต้น แล้วส่องแสงขึ้นไปยังลำต้นและทรงพุ่ม แต่หลายบ้านซื้อมาแล้วผิดหวัง เพราะเลือกวัตต์น้อยไปจนแสงไม่ถึงยอด เลือกมุมกว้างไปจนแสงฟุ้งไม่มีมิติ หรือปักใกล้โคนเกินจนเห็นแต่จุดสว่างจ้า บทความนี้ W.L. Lighting จะพาไปดูวิธีเลือกทีละขั้น ตั้งแต่กี่วัตต์ตามความสูงต้น มุมองศาไหนเหมาะกับต้นทรงไหน ระยะปักจากโคนต้น ไปจนถึงเรื่องไฟ 220V กับ 24V พร้อมราคาสินค้าจริงบนเว็บ

ไฟส่องต้นไม้ Spike Light ส่องขึ้นลำต้นและทรงพุ่มในสวนตอนกลางคืน
ไฟส่องต้นไม้แบบปักดิน ส่องแสงขึ้นจากโคนต้น สร้างมิติให้สวนตอนกลางคืน

ไฟส่องต้นไม้คืออะไร ต่างจากไฟสนามและ Bollard ยังไง

ไฟส่องต้นไม้ (Spike Light / โคมไฟปักดิน) คือโคมสปอตไลท์ขนาดเล็กที่มีขาแหลมสำหรับปักลงดิน ตัวโคมปรับก้มเงยได้ จุดประสงค์คือ “ส่องขึ้น” (Uplight) ไปยังลำต้น ทรงพุ่ม กำแพง หรือประติมากรรม เพื่อสร้างแสงเงาและมิติให้สวน ต่างจาก ไฟทางเดิน Bollard ที่ส่องลงพื้นเพื่อให้เดินเห็นทาง และต่างจากโคมไฟสนามเสาสูงที่ให้แสงสว่างทั่วบริเวณ พูดง่ายๆ คือ Bollard ทำหน้าที่ “ให้เห็น” แต่โคมปักดินทำหน้าที่ “ให้สวย” สวนที่ดูดีตอนกลางคืนมักใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน

ข้อดีของโคมปักดินคือติดตั้งง่ายที่สุดในบรรดา โคมไฟภายนอกทั้ง 6 ประเภท ไม่ต้องเจาะพื้น ไม่ต้องหล่อฐาน ปักแล้วขยับตำแหน่งได้เมื่อต้นไม้โตขึ้น และถอดย้ายไปส่องต้นอื่นได้ทันที ส่วนโคมแบบ “ติดแป้น” (ฐานแบน) ก็เป็นตัวเดียวกัน แต่เปลี่ยนขาปักเป็นฐานยึดสกรู ใช้กับกระถางใหญ่ ลานคอนกรีต หรือดาดฟ้าที่ปักดินไม่ได้

เลือกไฟส่องต้นไม้กี่วัตต์ ตามความสูงต้นไม้

หลักคิดง่ายๆ คือ ยิ่งต้นสูง แสงยิ่งต้องเดินทางไกล ต้องใช้วัตต์ (ลูเมน) มากขึ้น ต้นไม้เตี้ยใช้วัตต์สูงจะแสบตาและกลบรายละเอียดใบ ส่วนต้นสูงใช้วัตต์น้อยแสงจะไปไม่ถึงทรงพุ่ม เหลือแค่โคนสว่างแล้วดับหายไปกลางต้น ตารางนี้เป็นค่าเริ่มต้นที่ทีม W.L. Lighting ใช้แนะนำลูกค้า อ้างอิงจากโคม LED ที่ให้แสงประมาณ 100–120 ลูเมนต่อวัตต์

ความสูงต้นไม้ตัวอย่างต้นไม้วัตต์ที่แนะนำ (ต่อดวง)มุมองศาที่เหมาะรุ่นแนะนำ
ไม้พุ่มเตี้ย ต่ำกว่า 1.5 ม.ชาฮกเกี้ยน โมก ไทรเกาหลี ไม้ใบตกแต่ง3–5W36°–60°HL-JP005-5W
ต้นเล็ก 1.5–3 ม.หมากเหลือง ปาล์มเตี้ย ลีลาวดีต้นเล็ก ไผ่5–9W24°–36°WL-JP009-7W, EGIS-S-7W
ต้นกลาง 3–6 ม.ลีลาวดี ปีบ หูกระจง ตีนเป็ดน้ำ ปาล์มกลาง12–18W15°–30°WL-JP016-12W, EGIS-S-12W
ต้นใหญ่ 6 ม. ขึ้นไปจามจุรี หางนกยูง ปาล์มสูง ต้นไม้ใหญ่หน้าอาคาร20–30W หรือ 2 ดวงคนละฝั่ง10°–24°EGIS-S-20W, WL-ON001-18W

สำหรับสวนหน้าบ้านทั่วไป สามรุ่นด้านล่างคือตัวที่ทีมเราหยิบใช้บ่อยที่สุด WL-JP016-12W กันน้ำ IP66 เลือกมุมได้ 4 แบบ เหมาะกับต้นไม้ 3–5 เมตรอย่างลีลาวดีหรือแก้วเจ้าจอม WL-JP006-18W โคม COB 18W แสงวอร์ม สำหรับต้นใหญ่ทรงพุ่มกว้าง และ WL-DNZ0006 โคมขั้ว MR16 ราคาประหยัด เปลี่ยนหลอดได้ จะใส่หลอดวัตต์ต่ำส่องไม้พุ่มหรือหลอดวัตต์สูงส่องต้นเล็กก็ได้ตามต้องการ

ดูวัตต์อย่างเดียวไม่พอ ต้องดูลูเมนและ CRI ด้วย

โคม 7W สองรุ่นอาจให้แสงต่างกันมาก เพราะสิ่งที่ตาเห็นคือ “ลูเมน” ไม่ใช่วัตต์ เช่น EGIS-S-7W ให้ 840 ลูเมนจากชิป Cree ส่วนโคมราคาถูกบางรุ่นวัตต์เท่ากันแต่ได้ไม่ถึง 600 ลูเมน อีกค่าที่สำคัญกับต้นไม้โดยเฉพาะคือ CRI (ค่าความถูกต้องของสี) โคมที่ CRI ต่ำกว่า 80 จะทำให้ใบไม้เขียวดูหม่นออกเทา ส่วนโคมที่ CRI 90 ขึ้นไป อย่างซีรีส์ EGIS จะขับสีเขียวของใบและสีน้ำตาลของเปลือกไม้ออกมาสดตามจริง ถ้าอยากเข้าใจเรื่องลูเมนกับความสว่างที่ตาเห็นให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่ วิธีคำนวณค่าความสว่าง (Lux)

มุมองศาของไฟส่องต้นไม้ 15° 24° 36° เลือกแบบไหนดี

มุมองศา (Beam Angle) คือตัวกำหนดว่าแสงจะ “แคบเป็นลำ” หรือ “กว้างเป็นพุ่ม” และเป็นจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะโคมที่มุมกว้างไปจะสาดแสงออกนอกต้นเสียเปล่า และทำให้ทรงพุ่มดูแบน ส่วนมุมแคบไปกับต้นทรงพุ่มจะเห็นแค่ลำแสงเส้นเดียวกลางต้น หลักการคือ เลือกมุมให้ “พอดีกับทรงต้น” ณ ระยะที่แสงไปถึง

มุมองศาลักษณะแสงเหมาะกับความกว้างของแสงที่ระยะ 4 ม.
10°–15° (แคบ)ลำแสงพุ่งไกล เข้มตรงกลางปาล์มสูง ต้นสนทรงแหลม ลำต้นเปลือย ต้นสูงกว่า 6 ม.ประมาณ 0.7–1.1 ม.
24°–30° (กลาง)สมดุลระหว่างระยะและความกว้างต้นไม้ทั่วไป 3–6 ม. ลีลาวดี หูกระจง ใช้ได้เกือบทุกต้นประมาณ 1.7–2.1 ม.
36°–45° (กว้าง)แสงนุ่ม กระจายเต็มพุ่มไม้พุ่ม ต้นทรงกลม กอไผ่ กอกล้วย ผนังหินประมาณ 2.6–3.3 ม.
60° (กว้างมาก)ฟุ้งแบบ Washแปลงไม้พุ่มเตี้ย ผนังรั้ว ปักห่างจากต้นไม่ได้ประมาณ 4.6 ม.

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้เลือกรุ่นที่ สั่งมุมองศาได้ เช่นซีรีส์ EGIS ที่เลือก 15°/24°/36° หรือ WL-JP017 ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 4° ถึง 60° แล้วบอกทีมงานว่าต้นสูงเท่าไหร่ ทรงเป็นแบบไหน เราจะแนะนำมุมที่พอดีให้ก่อนสั่ง

ตัวอย่างไฟส่องต้นไม้ ส่องลำต้นแบบ Grazing ส่องทรงพุ่ม และส่องไม้ประดับริมผนัง
ตัวอย่างการส่องต้นไม้: มุมแคบเน้นลำต้นและต้นสูง มุมกว้างเหมาะกับทรงพุ่มและไม้ประดับ

ซีรีส์ EGIS คือโคมปักดินเกรดโปรเจกต์ที่เราแนะนำเมื่อสีของใบไม้สำคัญ ใช้ชิป Cree CRI 90 (สั่ง CRI 95 ได้) ตัวโคมอลูมิเนียมพร้อมกระจก ขนาดเล็กซ่อนในพุ่มได้ง่าย เลือกมุม 15°/24°/36° และสีแสง 3000K/4000K ได้ตอนสั่ง ระบบไฟเป็น 24V DC จึงต้องมีหม้อแปลงร่วมด้วย (อ่านเรื่องนี้ในหัวข้อถัดไป)

ไฟส่องต้นไม้ควรใช้แสงสีอะไร

สีแสงที่นิยมที่สุดสำหรับส่องต้นไม้คือ วอร์มไวท์ 3000K ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนรีสอร์ต ทำให้เปลือกไม้และดินดูมีสีสัน เข้ากับไฟผนังบ้านและไฟทางเดินที่ส่วนใหญ่เป็นวอร์มอยู่แล้ว ส่วน 4000K (คูลไวท์) จะขับสีเขียวของใบให้สดและดูสะอาดกว่า เหมาะกับสวนสไตล์โมเดิร์น ต้นไม้ใบเขียวเข้มอย่างไทร ปาล์ม หรือสวนหน้าอาคารสำนักงาน ส่วน 6400K (เดย์ไลท์) ไม่ค่อยแนะนำสำหรับต้นไม้ เพราะจะดูขาวซีดเหมือนไฟถนน

เคล็ดลับคือ ในสวนเดียวกันควรใช้สีแสงเดียวกันทั้งหมด ทั้งไฟส่องต้นไม้ ไฟทางเดิน และ โคมไฟติดผนังภายนอก เพราะแสงวอร์มปนคูลในเฟรมเดียวจะทำให้สวนดูสับสน ถ้าต้องการสีแสงพิเศษ เช่น เขียว แดง น้ำเงิน สำหรับงานอีเวนต์หรือร้านอาหาร รุ่น HL-JP005 มีให้เลือกแสงสีแดง เขียว น้ำเงิน และเหลือง ส่วนรุ่น WL-JP017 สั่งเป็น RGBW เปลี่ยนสีได้

ไฟส่องต้นไม้ 220V, 24V หรือโซล่าเซลล์ เลือกแบบไหน

คำถามนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะกำหนดวิธีเดินสายทั้งสวน

220V (ต่อไฟบ้านตรง) ง่ายที่สุด ไม่ต้องมีหม้อแปลง เดินสายจากเบรกเกอร์แยกแล้วต่อโคมได้เลย เหมาะกับสวนบ้านที่มีโคมไม่กี่ดวงและระยะสายไม่ไกล รุ่นในบทความนี้ที่ระบุ 24VDC/220VAC เช่น WL-JP009, WL-JP016, WL-JP017, WL-ON001 สั่งเป็นเวอร์ชัน 220V ได้ ข้อควรระวังคือต้องเดินสายผ่านเบรกเกอร์กันไฟรั่ว (RCD/RCBO) เสมอ เพราะโคมอยู่ในดินที่เปียกชื้น

24V DC (ไฟแรงดันต่ำ) ปลอดภัยกว่ามากเมื่อสายอยู่ในดินหรือใกล้น้ำ แม้สายขาดหรือมีน้ำเข้าข้อต่อก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซีรีส์ EGIS ทั้งหมดเป็น 24V DC จึงต้องมีหม้อแปลง (Driver) 1 ตัวจ่ายให้โคมหลายดวง ข้อจำกัดคือถ้าเดินสายไกลเกิน 20–30 เมตร แรงดันจะตกจนโคมปลายสายหรี่ลง ต้องแบ่งหม้อแปลงเป็นโซนหรือใช้สายใหญ่ขึ้น หลักการเดียวกับที่อธิบายไว้ในบทความ ไฟเส้น LED 12V 24V 220V ต่างกันยังไง

โซล่าเซลล์ ไม่ต้องเดินสายเลย ปักแล้วใช้ได้ทันที เหมาะกับจุดที่ลากสายไปไม่ถึง เช่น ต้นไม้กลางสนาม ริมรั้วไกลบ้าน หรือบ้านเช่าที่ไม่อยากเจาะพื้น แต่ต้องยอมรับว่าความสว่างต่ำกว่าโคมต่อไฟหลายเท่า เหมาะกับไม้พุ่มเตี้ยและการให้บรรยากาศมากกว่าส่องต้นใหญ่

ไฟส่องต้นไม้โซล่าเซลล์ปักดิน WL-ST-035SPโคมไฟปักดินโซล่าเซลล์ WL-ST-035SP300 lm (100%) / 150 lm (50%) · แสงวอร์ม 3000K · IP67 · แบต 3.7V 1,200mAh · ใช้ได้ 5–6 ชม. ที่ 100% หรือ 9–12 ชม. ที่ 50% · ปักดินหรือติดผนัง · เปิด-ปิดอัตโนมัติ฿450 ฿600

อีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนหลอดเองได้คือโคมปักดินแบบ ขั้ว MR16 / PAR38 ที่ขายเฉพาะตัวโคม แล้วใส่หลอด LED ที่ต้องการ ข้อดีคือถูก ซ่อมง่าย เปลี่ยนวัตต์หรือสีแสงภายหลังได้ เช่น WL-DNZ0006-MR16-BK ราคาเพียง ฿250 เลือกได้ทั้ง 220V และ 12V แต่ต้องดูค่ากันน้ำและคุณภาพหลอดที่ใส่ให้ดี เพราะตัวโคมประเภทนี้มักไม่ได้ซีลแน่นเท่าโคม LED ในตัว

วิธีปักและจัดมุมไฟส่องต้นไม้ให้สวย

โคมดีแค่ไหนถ้าปักผิดที่ก็ไม่สวย 5 หลักนี้ใช้ได้กับต้นไม้เกือบทุกชนิด

1. ระยะจากโคนต้น ประมาณ 1/4 – 1/3 ของความสูงต้น ต้นสูง 3 เมตร ปักห่างโคน 0.8–1 เมตร ต้นสูง 6 เมตร ปักห่าง 1.5–2 เมตร ถ้าอยากเน้นลำต้นและเปลือกไม้ให้ปักชิดโคนราว 30–50 ซม. แล้วเงยขึ้นเกือบตั้งฉาก (เทคนิค Grazing) ถ้าอยากเห็นทรงพุ่มทั้งต้นให้ปักห่างออกมาแล้วก้มมุมน้อยลง

2. ส่องจากฝั่งที่มอง ยืนที่จุดที่จะมองบ่อยที่สุด เช่น ระเบียง ห้องนั่งเล่น หรือประตูหน้าบ้าน แล้วปักโคมให้อยู่ระหว่างคนมองกับต้นไม้ค่อนไปทางด้านข้าง 30–45° แสงจะเผยรายละเอียดต้นและไม่แยงตาผู้มอง หลีกเลี่ยงการปักฝั่งตรงข้ามคนมอง เพราะจะเห็นแต่หน้าโคมสว่างจ้า

3. ต้นใหญ่ใช้ 2 ดวง ต้นที่สูงเกิน 5–6 เมตรหรือทรงพุ่มกว้าง ให้ปัก 2 ดวงคนละฝั่ง ทำมุมกัน 90–120° ทรงต้นจะดูกลมมีมิติ ไม่แบนเป็นด้านเดียว และดีกว่าใช้โคมดวงเดียววัตต์สูงที่จะสว่างจ้าเป็นจุด

4. ซ่อนตัวโคม เลือกโคมสีดำหรือเทาเข้ม ปักหลังก้อนหิน ไม้คลุมดิน หรือในพุ่มเตี้ย ตอนกลางคืนคนควรเห็น “แสงบนต้นไม้” ไม่ใช่ “ตัวโคม” รุ่นขนาดเล็กอย่าง EGIS-S-7W (สูงแค่ 87.5 มม.) ซ่อนได้ง่ายกว่ารุ่นใหญ่

5. อย่าส่องทุกต้น สวนที่สวยคือสวนที่มี “มืดและสว่าง” เลือกส่องต้นประธาน 2–3 ต้นและปล่อยต้นรองให้มืด จะได้มิติมากกว่าส่องสว่างทั้งสวน

ตัวอย่างงบสวนหน้าบ้านทั่วไป ต้นลีลาวดี 3.5 ม. 1 ต้น + ปาล์มหมากเหลือง 2 กอ + แปลงไม้พุ่ม: ใช้ WL-JP016-12W มุม 30° ส่องลีลาวดี 1 ดวง (฿1,800) + WL-JP009-7W ส่องหมากเหลืองกอละ 1 ดวง (฿890 × 2) + HL-JP005-5W ส่องแปลงไม้พุ่ม 2 ดวง (฿700 × 2) รวมค่าโคมประมาณ ฿4,980 ยังไม่รวมสายไฟและค่าติดตั้ง

สำหรับต้นไม้ระดับ 3–6 เมตรที่เป็นจุดเด่นหน้าบ้านหรืออาคาร สามรุ่นนี้เป็นโคมเกรดงานโครงการ กันน้ำ IP66 เลือกมุมองศาได้หลายแบบ (WL-JP016 และ WL-JP017 มีสเกลบอกองศาที่ข้อปรับมุม) เลือกได้ทั้ง 220V และ 24V

กันน้ำ IP เท่าไหร่ และเดินสายในสวนยังไงให้ปลอดภัย

ไฟส่องต้นไม้อยู่ในจุดที่โดนทั้งฝน สปริงเกลอร์ และดินเปียกตลอดเวลา ค่ากันน้ำขั้นต่ำที่แนะนำคือ IP65 ถ้าเป็นจุดที่น้ำท่วมขังได้ เช่น สวนที่ระบายน้ำไม่ดี หรือปักติดขอบสระ ให้เลือก IP66–IP67 ขึ้นไป รายละเอียดของแต่ละระดับอ่านได้ที่ วิธีเลือกค่า IP ของโคมไฟภายนอก

จุดที่พังบ่อยกว่าตัวโคมคือ จุดต่อสาย โคมปักดินส่วนใหญ่มีสายมาให้ราว 1 เมตร การต่อสายต่อไปควรใช้ข้อต่อกันน้ำแบบเจล หรือกล่องต่อสาย IP68 แล้วฝังในท่อร้อยสาย PVC ลึกอย่างน้อย 30 ซม. เพื่อกันเสียมและเครื่องตัดหญ้า ห้ามใช้เทปพันสายธรรมดาแล้วฝังดินเด็ดขาด และไม่ว่าจะ 220V หรือ 24V วงจรไฟสวนควรแยกเบรกเกอร์จากไฟบ้าน พร้อมกันไฟรั่ว

ปักดินไม่ได้ ทำยังไง ต้นไม้ที่อยู่บนลานคอนกรีต ลานจอดรถ หรือทางเดินปูกระเบื้อง ให้เปลี่ยนไปใช้ โคมไฟฝังพื้น (Inground) ที่ฝังเรียบไปกับพื้น เดินเหยียบทับได้ หรือใช้โคมส่องต้นไม้เวอร์ชัน “ติดแป้น” ยึดสกรูกับขอบกระบะต้นไม้แทน อ่านวิธีเลือกรุ่นและติดตั้งได้ในคู่มือไฟฝังพื้น เลือกกี่วัตต์ IP67 หรือ IP68

สรุป เลือกไฟส่องต้นไม้ยังไงให้ไม่พลาด

วัดความสูงต้นก่อน แล้วเลือกวัตต์ตามตาราง: ไม้พุ่ม 3–5W, ต้นเล็ก 5–9W, ต้นกลาง 12–18W, ต้นใหญ่ 20W ขึ้นไปหรือ 2 ดวง จากนั้นเลือกมุมองศาให้พอดีทรงต้น (แคบสำหรับต้นสูงทรงแหลม กว้างสำหรับต้นทรงพุ่ม) ใช้สีแสงเดียวกันทั้งสวน กันน้ำ IP65 ขึ้นไป เดินสายผ่านเบรกเกอร์กันไฟรั่ว และปักโคมห่างโคนต้น 1/4–1/3 ของความสูงจากฝั่งที่มอง เท่านี้ต้นไม้หน้าบ้านก็จะกลายเป็นจุดเด่นตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องใช้โคมเยอะ ดูโคมไฟส่องต้นไม้ทั้งหมดกว่า 70 รุ่นได้ที่ หมวด Spike Light โคมไฟปักดิน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องไฟส่องต้นไม้

ไฟส่องต้นไม้ 1 ต้น ใช้กี่ดวง

ต้นไม้สูงไม่เกิน 4–5 เมตรใช้ 1 ดวงพอ ถ้าต้นสูงเกิน 5–6 เมตร ทรงพุ่มกว้าง หรือมองเห็นได้จากหลายทิศ ให้ใช้ 2 ดวงปักคนละฝั่งทำมุมกัน 90–120° ทรงต้นจะดูกลมและมีมิติกว่าใช้ดวงเดียววัตต์สูง

ไฟส่องต้นไม้ควรปักห่างจากโคนต้นเท่าไหร่

ค่าเริ่มต้นคือประมาณ 1/4 ถึง 1/3 ของความสูงต้น เช่น ต้นสูง 3 เมตรปักห่าง 0.8–1 เมตร ถ้าอยากเน้นลายเปลือกไม้ให้ปักชิดโคน 30–50 ซม. แล้วเงยขึ้น ถ้าอยากเห็นทั้งทรงพุ่มให้ปักห่างออกมา แล้วปรับมุมโคมดูจากจุดที่มองบ่อยจริงตอนกลางคืน

ไฟส่องต้นไม้ 220V กับ 24V แบบไหนดีกว่า

220V ติดตั้งง่าย ไม่ต้องมีหม้อแปลง เหมาะกับสวนบ้านที่มีโคมไม่กี่ดวง ส่วน 24V DC ปลอดภัยกว่าเมื่อสายฝังดินหรืออยู่ใกล้น้ำ และเหมาะกับงานที่มีโคมหลายดวง แต่ต้องมีหม้อแปลงและระวังแรงดันตกเมื่อเดินสายไกล ทั้งสองแบบต้องต่อผ่านเบรกเกอร์กันไฟรั่วเสมอ

ไฟส่องต้นไม้โซล่าเซลล์สว่างพอไหม

โคมโซล่าเซลล์ปักดินทั่วไปให้แสงราว 150–300 ลูเมน สว่างพอสำหรับไม้พุ่มเตี้ยและการให้บรรยากาศ แต่ไม่พอสำหรับส่องต้นไม้สูงเกิน 2–3 เมตร ถ้าต้องการส่องต้นใหญ่ให้เห็นทรงชัด ควรใช้โคมต่อไฟ 220V หรือ 24V ที่ให้แสงตั้งแต่ 800 ลูเมนขึ้นไป

ยังไม่แน่ใจว่าต้นไม้ที่บ้านต้องใช้กี่วัตต์ มุมไหน

ส่งรูปต้นไม้พร้อมบอกความสูงมาทาง LINE ทีมงาน W.L. Lighting ช่วยเลือกรุ่น มุมองศา และจำนวนดวงให้ฟรี พร้อมแนะนำวิธีเดินสายให้ปลอดภัย

ตอบไวในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น. · ส่งทั่วไทย · ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น