ไฟทางเดิน Bollard ติดห่างกี่เมตร สูงเท่าไหร่ กี่วัตต์ถึงพอ พร้อมตารางระยะติดตั้ง

ไฟทางเดิน หรือที่ช่างเรียกกันว่าไฟสนามแบบ Bollard คือโคมไฟเสาเตี้ยที่ปักเรียงไปตามทางเดินในสวน หมู่บ้าน คอนโด รีสอร์ต และลานจอดรถ หน้าที่ของมันคือทำให้คนเดินเห็นพื้นทางเดินได้ชัดตลอดเส้นทางโดยไม่แสบตา คำถามที่ลูกค้าถามทีมงาน W.L. Lighting บ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องดีไซน์ แต่คือ “ต้องติดห่างกันกี่เมตร” และ “สูงเท่าไหร่ถึงจะพอ” เพราะถ้าเว้นระยะผิด ทางเดินจะสว่างเป็นหย่อม ๆ สลับกับช่วงมืด ซึ่งทั้งไม่สวยและไม่ปลอดภัย บทความนี้จะสรุปหลักคิดเรื่องระยะติดตั้ง ความสูง กำลังวัตต์ และการเลือกรุ่นให้เข้ากับหน้างาน พร้อมตารางที่เอาไปใช้วางผังได้ทันที

ไฟทางเดิน Bollard ติดตั้งเรียงตามทางเดินในสวนตอนกลางคืน
โคม Bollard ที่เว้นระยะพอดี แสงจากโคมแต่ละต้นจะซ้อนทับกันเล็กน้อย ทำให้พื้นทางเดินสว่างต่อเนื่องไม่มีช่วงมืด

ไฟทางเดิน Bollard คืออะไร ต่างจากไฟสนามแบบอื่นตรงไหน

คำว่า Bollard เดิมหมายถึงหลักเตี้ย ๆ ที่ปักกั้นทางเดินกับถนน เมื่อใส่หลอดไฟเข้าไปจึงกลายเป็น “โคมไฟสนามเสาเตี้ย” ความสูงส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 30–100 เซนติเมตร แสงส่องออกด้านข้างและลงพื้นในรัศมีไม่กว้างนัก จุดเด่นคือให้แสงในระดับสายตาต่ำ ไม่ส่องเข้าตาคนเดิน และช่วยกำหนดขอบทางเดินให้ชัดเจนในเวลากลางคืน

ไฟสนามในกลุ่ม โคมไฟภายนอก ของเรามีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับงานคนละอย่าง

  • Bollard (โคมเสาเตี้ยส่องทางเดิน) ให้แสงลงพื้นระยะใกล้ เหมาะกับทางเดิน ขอบสนามหญ้า และทางเข้าอาคาร ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ หมวดไฟสนาม Bollard
  • Post Top (โคมไฟหัวเสา) ติดบนหัวเสารั้วหรือเสาประตูบ้าน ให้แสงบริเวณทางเข้าและแนวรั้ว ไม่ได้ใช้ส่องทางเดินยาว ๆ ดูที่ หมวดโคมไฟหัวเสา Post Top
  • Pole Light (ไฟเสาสูง 3–4 เมตร) โคมบนเสาสูงสำหรับถนนภายในหมู่บ้าน ลานกว้าง และทางเดินกว้าง ให้แสงคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า Bollard มาก ดูที่ หมวดเสาไฟสนาม Pole Light
  • Spike Light (ไฟปักดิน) ส่องขึ้นต้นไม้หรือผนัง ไม่ได้ให้แสงบนทางเดินโดยตรง ดูที่ หมวดไฟปักดิน Spike Light
  • Inground (ไฟฝังพื้น) ฝังเรียบกับพื้น ใช้เน้นแนวขอบทางหรือส่องผนัง ดูที่ หมวดไฟฝังพื้น Inground

สรุปง่าย ๆ คือถ้าโจทย์คือ “ให้คนเดินเห็นทาง” โคม Bollard เป็นตัวเลือกแรก ส่วนถ้าโจทย์คือ “ให้ทั้งถนนสว่าง” ต้องขยับไปใช้ไฟเสาสูง Pole Light หรือ เสาไฟถนน แทน

ความสูงของโคมกำหนดทุกอย่าง

ก่อนจะพูดเรื่องระยะห่าง ต้องเข้าใจก่อนว่าแสงจากโคมตกลงพื้นเป็นวงกลม และขนาดของวงนั้นขึ้นกับความสูงของโคมเป็นหลัก โคมยิ่งสูง วงแสงยิ่งกว้าง แต่ความสว่างต่อตารางเมตรจะลดลงตามไปด้วย (แสงกระจายบนพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น) โคมเตี้ยให้วงแสงเล็กแต่เข้ม จึงต้องปักถี่กว่า

ความสูงที่นิยมในงานจริงแบ่งได้ 3 กลุ่ม

โคมเตี้ย 30–45 ซม.

เหมาะกับสวนบ้าน ทางเดินแคบ ๆ กว้างไม่เกิน 1.2 เมตร และงานที่เน้นบรรยากาศมากกว่าความสว่าง วงแสงเล็ก ต้องปักค่อนข้างถี่ ข้อดีคือกลมกลืนกับพุ่มไม้และไม่บังวิว ตัวอย่างเช่นรุ่น WL-F1400 สูง 40 ซม.

โคมกลาง 60–70 ซม.

เป็นช่วงที่ใช้บ่อยที่สุดกับทางเดินในหมู่บ้าน คอนโด และโครงการทั่วไป วงแสงพอดีกับทางเดินกว้าง 1.5–2 เมตร ระยะปักไม่ถี่เกินไป จำนวนโคมและงบประมาณจึงสมดุล ตัวอย่างเช่นรุ่น KIRAN-BL012 สูง 60 ซม.

โคมสูง 80–100 ซม.

ใช้กับทางเดินหลักของโครงการ ทางเข้าอาคาร ลานจอดรถ และพื้นที่ที่ต้องการให้แสงกว้างและมองเห็นโคมชัดเจนจากระยะไกล ยังไม่ถึงกับเป็นไฟเสาสูง แต่ให้แสงคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าโคมเตี้ยมาก ตัวอย่างเช่นรุ่น KIRAN-BL014 สูง 100 ซม.

ทริคจากหน้างาน: ถ้าทางเดินกว้างเกิน 2.5 เมตร โคม Bollard ปักฝั่งเดียวมักส่องไม่ถึงอีกฝั่ง ให้เลือกระหว่างปักสลับฟันปลาสองฝั่ง หรือเปลี่ยนไปใช้ไฟเสาสูง Pole Light ที่สูงกว่าแทน

ระยะติดตั้งไฟทางเดิน ต้องห่างกันกี่เมตร

กฎที่ผู้ออกแบบแสงใช้กันคือ ระยะห่างระหว่างโคม ≈ 3–4 เท่าของความสูงโคม เช่น โคมสูง 60 ซม. ควรปักห่างกันประมาณ 1.8–2.4 เมตร โคมสูง 90 ซม. ปักห่างประมาณ 2.7–3.6 เมตร ตัวเลขนี้จะทำให้วงแสงของโคมข้างเคียงซ้อนทับกันเล็กน้อยตรงกลาง จึงไม่เกิดช่วงมืดระหว่างต้น

จะเลือกปลายไหนของช่วงขึ้นอยู่กับสองอย่าง

  • ระดับความสว่างที่ต้องการ ทางเดินทั่วไปในหมู่บ้านหรือสวนสาธารณะมักออกแบบให้ได้ประมาณ 5–20 ลักซ์บนพื้น ส่วนทางเข้าอาคาร บันได และจุดที่มีคนพลุกพล่านควรสูงกว่านั้น ถ้ายังไม่คุ้นกับหน่วยลักซ์ อ่านเพิ่มได้ในบทความ Lux คืออะไร และวิธีคำนวณความสว่าง
  • ลักษณะการกระจายแสงของโคม โคมที่ส่องรอบตัว 360 องศาจะให้วงแสงกว้างกว่าโคมที่ส่องออกด้านเดียว โคมที่มีฝาครอบเจาะช่องหรือแผ่นสะท้อนบังคับทิศแสงมักต้องปักถี่ขึ้นเล็กน้อย

สำหรับทางเดินที่มีโค้ง ให้ปักโคมตรงจุดเริ่มโค้งและจุดสิ้นสุดโค้งเสมอ แล้วค่อยเฉลี่ยระยะที่เหลือ ส่วนทางแยกและบันได ให้ถือว่าเป็นจุดบังคับที่ต้องมีโคมประจำอยู่ แม้ระยะจะสั้นกว่ากฎด้านบนก็ตาม เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่าความสม่ำเสมอของระยะ

ระยะที่นิยมแยกตามประเภทโครงการ

  • บ้านพักอาศัย สวนหลังบ้าน โคม 30–45 ซม. ปักทุก 1.5 ม. เน้นบรรยากาศ ใช้ Warm White แสงนุ่ม ไม่ต้องสว่างมาก
  • หมู่บ้านจัดสรร คอนโด โคม 60–70 ซม. ปักทุก 2–2.5 ม. ตามทางเดินส่วนกลาง ต้องสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านช่วงดึก
  • รีสอร์ต โรงแรม โคม 60 ซม. ปักทุก 2 ม. หรือถี่กว่าเล็กน้อย เพราะแขกไม่คุ้นเส้นทาง และมักออกแบบให้แสงต่อเนื่องเป็นเส้นนำสายตา
  • สำนักงาน โรงงาน ลานจอดรถ โคม 80–100 ซม. ปักทุก 3 ม. ใช้ Cool White เพื่อความชัดเจน และเลือกโคมที่ทนการกระแทกจากรถหรือรถเข็น

ตารางระยะติดตั้งตามความสูงโคม

ตารางนี้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับวางผังก่อนสั่งของ ใช้ได้กับโคม Bollard LED ทั่วไปที่ส่องรอบตัว หากโคมส่องด้านเดียวหรือหน้างานต้องการความสว่างสูงเป็นพิเศษ ให้ลดระยะลงประมาณ 20%

ความสูงโคมระยะห่างระหว่างโคมความกว้างทางเดินที่เหมาะเหมาะกับงานจำนวนโคมต่อทางเดิน 30 ม. (ฝั่งเดียว)
30–45 ซม.1.2–1.8 ม.ไม่เกิน 1.2 ม.สวนบ้าน ทางเดินข้างบ้าน ขอบแปลงดอกไม้ประมาณ 18–26 ต้น
60–70 ซม.1.8–2.8 ม.1.2–2.0 ม.ทางเดินส่วนกลางหมู่บ้าน คอนโด รีสอร์ตประมาณ 12–18 ต้น
80–100 ซม.2.5–4.0 ม.1.5–2.5 ม.ทางเดินหลัก ทางเข้าอาคาร ลานจอดรถประมาณ 9–13 ต้น
ทางเดินกว้างกว่า 2.5 ม.ปักสลับสองฝั่ง ระยะตามความสูง2.5 ม. ขึ้นไปถนนคนเดิน ลานกิจกรรมคิดเป็นสองฝั่งสลับกัน หรือใช้ไฟเสาสูงแทน

วิธีใช้ตาราง: วัดความยาวทางเดินทั้งหมด หารด้วยระยะห่างที่เลือก แล้วบวกหนึ่ง (โคมต้นแรกและต้นสุดท้ายอยู่ที่ปลายทางทั้งสองด้าน) เช่น ทางเดิน 30 เมตร ใช้โคม 60 ซม. ปักทุก 2.5 เมตร จะได้ 30 ÷ 2.5 + 1 = 13 ต้น

กี่วัตต์ถึงพอ และเลือกสีแสงแบบไหน

ไฟทางเดิน LED ในปัจจุบันใช้กำลังไฟต่ำมาก โคมทั่วไปอยู่ในช่วงไม่กี่วัตต์ถึงราวสิบกว่าวัตต์ต่อต้น สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือค่าลูเมน (ปริมาณแสงที่ออกมา) มากกว่าตัวเลขวัตต์ เพราะโคมที่วัตต์เท่ากันอาจให้แสงต่างกันมากตามคุณภาพชิป LED สำหรับทางเดินทั่วไป โคมต้นละไม่กี่ร้อยลูเมนก็เพียงพอเมื่อปักตามระยะในตาราง ถ้าต้องการสว่างขึ้นให้เพิ่มจำนวนโคมหรือลดระยะ แทนที่จะเลือกโคมวัตต์สูงแล้วปักห่าง เพราะแบบหลังจะได้แสงเป็นจุดจ้าสลับมืด

เรื่องสีแสง งานทางเดินในสวนและที่พักอาศัยนิยม Warm White 2700–3000K เพราะให้บรรยากาศอบอุ่นและทำให้ต้นไม้ดูเป็นธรรมชาติ ส่วนลานจอดรถ ทางเข้าอาคารสำนักงาน หรือจุดที่ต้องการความชัดเจนเพื่อความปลอดภัย อาจเลือก Cool White 4000K ที่ให้ความรู้สึกสว่างกว่าในลูเมนเท่ากัน สิ่งสำคัญคือใช้สีแสงเดียวกันตลอดทั้งเส้นทาง อย่าผสมโทนอุ่นกับโทนขาวในทางเดินเดียวกัน

สำหรับทางเดินที่เดินสายไฟลำบากหรืออยู่ไกลจากตู้ไฟ โคม Bollard แบบโซล่าเซลล์เป็นทางเลือกที่ติดตั้งง่ายกว่ามาก ดูรุ่นได้ที่ หมวดโคมไฟโซล่าเซลล์ และอ่านวิธีเลือกขนาดแบตเตอรี่ให้พอใช้ทั้งคืนได้ในบทความ ไฟถนนโซล่าเซลล์ เลือกกี่วัตต์ แบตเตอรี่เท่าไหร่ ซึ่งหลักคิดเดียวกันใช้กับโคมเสาเตี้ยได้

ไฟทางเดิน Bollard ทรงเหลี่ยมปักเรียงข้างทางเดินหน้าอาคาร
โคมทรงเหลี่ยมที่ปักตามแนวขอบทางเดิน ก่อนเทฐานถาวรควรวางโคมทดลองแล้วเปิดดูตอนกลางคืนก่อนเสมอ

วิธีวางผังหน้างานจริง ทีละขั้น

  1. วัดและวาดผังทางเดิน ระบุความยาว ความกว้าง จุดโค้ง ทางแยก บันได และประตูทางเข้า
  2. ปักจุดบังคับก่อน คือจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด ทางแยก บันได และจุดเริ่ม–สิ้นสุดของโค้ง จุดเหล่านี้ต้องมีโคมเสมอ
  3. เลือกความสูงโคมจากความกว้างทางเดิน ตามตารางด้านบน
  4. เฉลี่ยระยะช่วงที่เหลือ ให้อยู่ในช่วง 3–4 เท่าของความสูง ปรับให้ระยะแต่ละช่วงเท่ากันเพื่อความสวยงาม
  5. เช็กแนวสายไฟและระบบกันน้ำ ใช้สายไฟชนิดฝังดินหรือร้อยท่อ HDPE จุดต่อสายทุกจุดต้องอยู่ในกล่องกันน้ำหรือใช้ข้อต่อกันน้ำ และโคมควรมีค่ากันน้ำอย่างน้อย IP65 อ่านความหมายของค่า IP ได้ในบทความ ค่า IP กันน้ำกันฝุ่น
  6. เตรียมฐานราก โคม Bollard ส่วนใหญ่ยึดกับฐานคอนกรีตเล็ก ๆ ด้วยพุกหรือเจโบลท์ อย่าปักลงดินเปล่า ๆ เพราะจะเอียงเมื่อดินทรุด
  7. ทดสอบตอนกลางคืนก่อนเทฐานถาวร วางโคมชั่วคราวตามผังแล้วเปิดไฟดูจริง จุดไหนมืดให้ขยับก่อนที่จะแก้ยาก

เลือกรุ่นไฟทางเดินให้เข้ากับหน้างาน

นอกจากความสูงและความสว่างแล้ว วัสดุและรูปทรงคือสิ่งที่ทำให้โคมอยู่กับโครงการได้นานหลายปี โคมอลูมิเนียมพ่นสีเป็นตัวเลือกมาตรฐานสำหรับงานทั่วไป ทนแดดฝนเมืองไทยได้ดีและมีน้ำหนักเบา สำหรับพื้นที่ใกล้ทะเลหรือสระว่ายน้ำที่มีไอเกลือและคลอรีน ควรเลือกสแตนเลสหรือโคมที่ระบุว่าทนการกัดกร่อน (หลักคิดเดียวกับที่เราอธิบายไว้ในบทความ ไฟใต้น้ำสระว่ายน้ำ IP68) ส่วนรูปทรง ให้เลือกให้เข้ากับสไตล์อาคาร ทรงกระบอกเรียบเหมาะกับงานโมเดิร์น ทรงเหลี่ยมเหมาะกับอาคารสำนักงาน และทรงโคมคลาสสิกเหมาะกับรีสอร์ตหรือบ้านสไตล์ยุโรป

ตัวอย่างไฟทางเดิน Bollard ที่ลูกค้าโครงการเลือกใช้บ่อยจาก W.L. Lighting

ดูรุ่นทั้งหมดพร้อมราคาได้ที่ หมวดไฟสนาม Bollard หรือถ้าโครงการมีทั้งทางเดินและถนนภายใน ลองดู ราคาเสาไฟถนนพร้อมตอม่อ เพื่อวางงบทั้งระบบไปพร้อมกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปักห่างเกินไปเพื่อประหยัดจำนวนโคม ผลคือทางเดินสว่างเป็นหย่อม สุดท้ายต้องซื้อเพิ่มและเจาะฐานใหม่ แพงกว่าวางผังให้ถูกตั้งแต่แรก
  • เลือกโคมสูงเกินความกว้างทางเดิน โคมสูง 1 เมตรบนทางเดินกว้าง 80 ซม. จะดูเทอะทะและแสงล้นไปที่อื่น
  • ลืมจุดบังคับ บันไดและทางแยกที่ไม่มีโคมประจำคือจุดเสี่ยงสะดุดล้มอันดับหนึ่ง
  • จุดต่อสายไม่กันน้ำ สาเหตุหลักที่โคมดับทีละต้นหลังฝนตกหนัก
  • ผสมสีแสง โคมเก่า 3000K กับโคมใหม่ 6500K ในแนวเดียวกันทำให้ทางเดินดูไม่เป็นระเบียบทันที เวลาซื้อเพิ่มให้ระบุสีแสงให้ตรงกับของเดิม
  • ปักโคมโดยไม่มีฐาน ดินทรุดหลังฝนแล้วโคมเอียงทั้งแถว

ถ้าไม่แน่ใจว่าผังที่วางไว้ถูกหรือไม่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือส่งแบบแปลนหรือรูปหน้างานมาให้ทีมงานดู เราช่วยเช็กระยะ จำนวนโคม และเลือกรุ่นให้ก่อนสั่งของ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาแก้งานหลังติดตั้งเสร็จ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องไฟทางเดิน

ไฟทางเดิน Bollard ควรติดห่างกันกี่เมตร

ใช้กฎ 3–4 เท่าของความสูงโคม โคมสูง 60 ซม. ปักห่างประมาณ 1.8–2.4 เมตร โคมสูง 90 ซม. ปักห่างประมาณ 2.7–3.6 เมตร ถ้าต้องการสว่างกว่าปกติหรือโคมส่องด้านเดียว ให้ลดระยะลงราว 20%

ไฟทางเดินควรสูงเท่าไหร่

เลือกตามความกว้างทางเดิน ทางเดินแคบไม่เกิน 1.2 เมตรใช้โคม 30–45 ซม. ทางเดินทั่วไป 1.2–2 เมตรใช้โคม 60–70 ซม. ทางเดินหลักหรือลานจอดรถใช้โคม 80–100 ซม. ถ้ากว้างกว่า 2.5 เมตรให้ปักสลับสองฝั่งหรือเปลี่ยนเป็นไฟเสาสูง Pole Light

ไฟทางเดินใช้กี่วัตต์ถึงพอ

โคม LED รุ่นปัจจุบันใช้กำลังไฟต่ำ ให้ดูค่าลูเมนและระยะปักเป็นหลักมากกว่าวัตต์ โคมต้นละไม่กี่ร้อยลูเมนก็พอสำหรับทางเดินทั่วไปเมื่อปักตามระยะที่แนะนำ อยากสว่างขึ้นให้เพิ่มจำนวนโคม ไม่ใช่เพิ่มวัตต์แล้วปักห่าง

ไฟทางเดินโซล่าเซลล์ใช้แทนแบบต่อสายไฟได้ไหม

ได้ในพื้นที่ที่แดดถึงทั้งวันและไม่ต้องการความสว่างสูงมาก เหมาะกับทางเดินที่เดินสายลำบาก ข้อควรระวังคือความสว่างช่วงปลายคืนจะลดลงถ้าแบตเตอรี่เล็กเกินไป และต้นไม้ที่โตขึ้นอาจบังแผงโซล่าเซลล์ในอนาคต

ส่งผังทางเดินมา ให้ทีมงานช่วยวางระยะติดตั้งให้ฟรี

ส่งรูปหน้างานหรือแบบแปลนทาง LINE ทีมงาน W.L. Lighting จะช่วยคำนวณจำนวนโคม ระยะติดตั้ง และแนะนำรุ่นที่เหมาะกับงบ พร้อมออกใบเสนอราคาให้

ตอบไวในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 08.30–17.30 น. · ส่งทั่วไทย · ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น